แนวทางการบริหารจัดการ
แนวทางการดำเนินงาน ของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อให้สามารถปกป้องระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มบริษัทฯ กำหนด นโยบายสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน รวมทั้ง การจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด มุ่งลดผลกระทบและสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม และ ปฏิบัติตามมาตรฐานระดับสากล เช่น GRI , TNFD ที่ใช้แนวทางการบรรเทาผลกระทบ (Mitigation Hierarchy) ที่ประกอบด้วย หลีกเลี่ยง ลด ฟื้นฟู ชดเชย (Avoid, Minimize, Restore and Offset) ซึ่ง กลุ่มบริษัทฯ มีการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้
การหลีกเลี่ยง (Avoid) เป็นขั้นตอนแรกที่กลุ่มบริษัทฯคำนึงถึง เพื่อลดผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น การจัดทำการประเมินและรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนเริ่มโครงการ โดยปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งประเมินพื้นที่โครงการว่า มีพื้นที่อนุรักษ์ แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และแหล่งน้ำ ที่ต้องคุ้มครองหรือไม่ ซึ่งมีหลายกรณีที่กลุ่มบริษัทฯ ไม่ดำเนินโครงการเมื่อพบว่า มีผลกระทบต่อความความหลากหลายทางชีวภาพเกินระดับความเสี่ยงที่กลุ่มบริษัทฯ ยอมรับได้ และตัดสินใจเลือกสถานที่อื่นที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า เช่น พื้นที่เกษตรที่ถูกทิ้งร้าง เพื่อให้เป็นไปตามแนวทาง TNFD ที่เน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติและการเปิดเผยข้อมูล
การลดผลกระทบ (Minimize) เป็นขั้นตอนต่อมาเพื่อลดผลกระทบให้น้อยที่สุด เช่น การติดตั้งกังหันลมที่มีการออกแบบให้ลดผลกระทบต่อนกหรือสัตว์ปีกอื่น การออกแบบเครื่องจักรชีวมวลที่ลดมลภาวะมากที่สุด การก่อสร้างที่หลีกเลี่ยง ลด ผลกระทบต่อชุมชน
การฟื้นฟูและการชดเชย (Restore & Offset) สำหรับฟื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการ จำเป็นต้องฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้สู่สภาพดีกว่าเดิม เช่น การปลูกป่าทดแทน การฟื้นฟูแหล่งน้ำบนพื้นที่โครงการ หรือ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและดำเนินโครงการชดเชยความหลากหลายทางชีวภาพ โดยการขยายพื้นที่สีเขียวและแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ (Ecological Corridors) โดยเพิ่มการปลูกต้นไม้และการสร้างแนวกันชนทางธรรมชาติรอบโรงงานและพื้นที่โครงการ และสนับสนุนโครงการปลูกป่าและกักเก็บคาร์บอน โดยลงทุนในโครงการปลูกต้นไม้พื้นเมืองและการฟื้นฟูแหล่งกักเก็บคาร์บอน เพื่อชดเชยผลกระทบจากการใช้ที่ดิน
การใช้ที่ดินอย่างยั่งยืนและการจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Sustainable Land Use & Sourcing) กลุ่มบริษัทฯ ขับเคลื่อนการอนุรักษ์ถิ่นอาศัยตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยออกแบบพื้นที่แผงโซลาร์เซลล์และกังหันลมเพื่อไม่ให้กีดขวางเส้นทางอพยพของสัตว์ป่า และป้องกันปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล กลุ่มบริษัทฯ ยกระดับการจัดการห่วงโซ่อุปทาน โดยกำหนดให้การจัดหาวัตถุดิบชีวมวลต้องมาจากแหล่งที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับมาตรฐานป่าไม้และเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน
การปลูกฝังจิตสำนึกและสร้างแนวร่วม (Cultivating Environmental Awareness) ความยั่งยืนที่แท้จริงต้องเกิดจากรากฐานของวัฒนธรรมองค์กร กลุ่มบริษัทฯ จึงสื่อสารและจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพให้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งผนึกกำลังร่วมกับชุมชนท้องถิ่นในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติรอบโรงงาน เพื่อให้การเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาดดำเนินไปอย่างกลมกลืนกับวิถีชีวิตและระบบนิเวศของชุมชนอย่างยั่งยืน