ความสำคัญและพันธกิจ

ความสำคัญของประเด็นการการปกป้องระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ กลุ่มบริษัทฯ ตระหนักดีว่าความสำเร็จทางธุรกิจมีความเชื่อมโยงอย่างแยกไม่ออกกับความอุดมสมบูรณ์ของ "ทุนทางธรรมชาติ (Natural Capital) ภายใต้กลยุทธ์ด้านความยั่งยืน 3P กลุ่มบริษัทฯ ได้ยกระดับการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ผ่านเสาหลัก "PRESERVING" ให้เป็นวาระเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญระดับองค์กร ไม่ใช่เพียงเพื่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น แต่เพื่อสร้างความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง (Resilience) และรักษาความมั่นคงของทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว ดังนี้

  • บูรณาการธรรมชาติเข้ากับกลยุทธ์องค์กร (Integrating Nature into Business Strategy) เนื่องจากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ครอบคลุมพื้นที่ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับภูมิทัศน์ธรรมชาติตลอดห่วงโซ่คุณค่า กลุ่มบริษัทฯ จึงบริหารจัดการความเสี่ยงและผลกระทบอย่างเป็นระบบ โดยยึดหลักการประเมินแบบ LEAP Approach (Locate, Evaluate, Assess, Prepare) ตามกรอบของ TNFD (Taskforce on Nature-related Financial Disclosures) กลุ่มบริษัทฯ ยึดมั่นใน "ลำดับขั้นการบรรเทาผลกระทบ (Mitigation Hierarchy)" โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการ หลีกเลี่ยง (Avoid) การดำเนินงานในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางนิเวศวิทยาหรือพื้นที่คุ้มครองระดับสากล (เช่น IUCN Red List) การ ลด (Reduce) ผลกระทบเชิงลบ และการ ฟื้นฟู (Restore/Rehabilitate) ถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าและพื้นที่ป่าที่ได้รับผลกระทบ
  • พลังแห่งระบบนิเวศ สู่เป้าหมาย Net Zero (Ecosystems as Climate Solutions) กลุ่มบริษัทฯ เชื่อมั่นว่า "วิกฤตสภาพภูมิอากาศ" และ "การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ" เป็นความเสี่ยงเชิงระบบที่ต้องแก้ไขควบคู่กัน ระบบนิเวศที่สมบูรณ์ เช่น ป่าไม้และพื้นที่ชุ่มน้ำ ทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติ (Natural Carbon Sinks) ที่มีประสิทธิภาพ การปกป้องและฟื้นฟูพื้นที่เหล่านี้ ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาความเสี่ยงทางกายภาพ เช่น การเสื่อมโทรมของดิน การขาดแคลนน้ำ และความขัดแย้งกับชุมชน แต่ยังเป็นกลไกทางธรรมชาติ (Nature-based Solutions) ที่ช่วยเร่งการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ขององค์กร
  • สร้างมูลค่าทางการเงินและการยอมรับจากผู้มีส่วนได้เสีย (Creating Financial Value & Stakeholder Trust) ในยุคที่ความยั่งยืนคือบรรทัดฐานใหม่ นักลงทุนและสถาบันการเงินระดับโลกต่างให้น้ำหนักกับองค์กรที่สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านธรรมชาติได้อย่างโปร่งใส ตามเกณฑ์ของ International Finance Corporation (IFC) ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มธนาคารโลก การดำเนินมาตรการอนุรักษ์อย่างจริงจังจึงเป็นตัวเร่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนสีเขียว (Green Finance) และสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืนจากทุกภาคส่วน

ดังนั้นการปกป้องระบบนิเวศสำหรับกลุ่มบริษัทฯ จึงเป็น "ปัจจัยยุทธศาสตร์" ในการผลักดันธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น และส่งมอบโลกที่สมดุลให้กับคนรุ่นต่อไป

เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในความหลากหลายทางชีวภาพ

เป้าหมาย และผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย

การดำเนินโครงการพลังงานหมุนเวียนของกลุ่มบริษัทฯ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบนิเวศ พร้อมทั้งปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความยั่งยืนและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ผ่านแนวทางดังนี้:

โครงการใหม่ต้องผ่านการประเมินผลกระทบและหลีกเลี่ยงพื้นที่อ่อนไหว กลุ่มบริษัทฯ บูรณาการกรอบการทำงานระดับโลกอย่าง TNFD (Taskforce on Nature-related Financial Disclosures) ผ่านแนวทาง LEAP Approach (Locate, Evaluate, Assess, Prepare) เข้ามาใช้ในการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบต่อธรรมชาติ โครงการใหม่ทุกโครงการจะต้องดำเนินการสำรวจและจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างรอบคอบก่อนเริ่มโครงการ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังตั้งเป้าหมายตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ให้ จำนวนโครงการใหม่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่คุ้มครอง (Protected Areas) หรือพื้นที่ที่มีคุณค่าทางความหลากหลายทางชีวภาพสูง ต้องเป็นศูนย์ (Zero) ภายในปี 2573
พันธสัญญา No Net Loss สู่การสร้างผลกระทบสุทธิเชิงบวก (Net Positive Impact) เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะไม่มีการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ กลุ่มบริษัทฯ ยึดมั่นในกรอบลำดับขั้นการบรรเทาผลกระทบ (Mitigation Hierarchy) ได้แก่ การหลีกเลี่ยง (Avoid) การลดผลกระทบ (Minimize) การฟื้นฟู (Restore) และการชดเชย (Offset) กลุ่มบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรักษาความหลากหลายทางชีวภาพไม่ให้ลดลง (No Net Loss) สำหรับโครงการใหม่ทั้งหมด และก้าวไปไกลกว่านั้นด้วยการมุ่งมั่นสร้างผลกระทบสุทธิเชิงบวก (Net Positive Impact) ให้กับธรรมชาติสำหรับโครงการที่ดำเนินการอยู่ภายในปี 2573
การขยายพื้นที่สีเขียว 10% ภายในปี 2573 กลุ่มบริษัทฯ มุ่งมั่นเพิ่มพื้นที่สีเขียวและฟื้นฟูป่ารอบโครงการผ่านยุทธศาสตร์ POWERING A GREENER SSP FORESTRY ภายใต้โครงการ "SSP Green Space Restoration and Enrichment Project โดยเน้นการปลูกไม้ยืนต้นสายพันธุ์ท้องถิ่นที่ได้รับการแนะนำจากหน่วยงานรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นรุกราน (Invasive species) ควบคู่ไปกับการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศและเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Sequestration)
นำแนวทางการใช้ที่ดินและทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนมาใช้ใน 100% ของพื้นที่ปฏิบัติงาน รับรองว่าโครงการทั้งหมดมีการใช้แนวทาง การอนุรักษ์ดิน การบริหารจัดการน้ำ และการคุ้มครองถิ่นอาศัยทางธรรมชาติ โดยมีการประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อลดการดึงทรัพยากรธรรมชาติใหม่ เช่น โครงการนำน้ำทิ้งจากระบบ RO และ CEDI กลับมาใช้ซ้ำในระบบดักจับขี้เถ้าของโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งช่วยทั้งลดการใช้น้ำและเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษทางอากาศ นอกจากนี้ การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานอย่างกังหันลมและการจัดการแผงโซลาร์เซลล์ ยังถูกวางแผนมาเพื่อไม่ให้กีดขวางเส้นทางอพยพของนกและสัตว์ป่า
การขับเคลื่อนความหลากหลายทางชีวภาพโดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลาง (Community-led Conservation) การอนุรักษ์จะยั่งยืนได้ต้องอาศัยความร่วมมือ กลุ่มบริษัทฯ มุ่งส่งเสริมโครงการอนุรักษ์ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน และพนักงาน โครงการต้นแบบที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงคือ "SSP GREEN HAVEN: Protecting Life, Preserving Nature" ที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ SPN จังหวัดลพบุรี ซึ่งเกิดจากการผนึกกำลังร่วมดูแลแหล่งทำรังและอนุบาลนกกระจาบ (Baya Weavers) รวมถึงนกอพยพและสัตว์ป่าอื่นๆ โดยมีการบังคับใช้นโยบายห้ามล่าสัตว์ในพื้นที่อย่างเด็ดขาด ส่งผลให้สามารถรักษาระบบนิเวศและตรวจพบจำนวนนกในพื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
/

ผลการดำเนินงาน 2568

  1. การประเมินความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ชนิดและความหนาแน่นของสิ่งมีชีวิต (บรรลุเป้าหมาย 100%)
    • การประเมินและติดตามผลทุกไตรมาส (100% Achievement): กลุ่มบริษัทฯ ประสบความสำเร็จ 100% ในการติดตามและประเมินความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ชนิด และความหนาแน่นของสิ่งมีชีวิตในพื้นที่โครงการทุกไตรมาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการที่ประเทศญี่ปุ่น ได้มีการสำรวจและติดตามความอุดมสมบูรณ์ทางนิเวศวิทยา รวมถึงผลกระทบต่อชนิดพันธุ์แมลงและดอกไม้ในพื้นที่อย่างใกล้ชิดทุกไตรมาสและทุกฤดูกาลตลอดอายุโครงการ
    • การประเมินความเสี่ยงโครงการใหม่และโครงการปัจจุบัน: ในปี 2568 โครงการที่เปิดดำเนินการแล้วทั้ง 131 โครงการ และโครงการใหม่ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 14 โครงการ ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Impact Assessment) ครบถ้วน 100% เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะไม่มีโครงการใดตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวหรือพื้นที่คุ้มครองระดับสูง
  2. ผลการสำรวจความหลากหลายของสัตว์และต้นไม้ในพื้นที่โครงการ ผลจากการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพในปี 2568 ภายใต้โครงการ "SSP GREEN HAVEN: Protecting Life, Preserving Nature" แสดงให้เห็นถึงการยกระดับทางระบบนิเวศ (Ecological Uplift) อย่างมีนัยสำคัญ

ตารางนี้สามารถเลื่อนแนวนอนได้

การสำรวจสัตว์ในระบบนิเวศ SPN WVO UPT WINCHAI
พื้นที่โครงการ (ไร่) 889 51 257 1,931.25
จังหวัดที่ตั้ง ลพบุรี ราชบุรี นครราชสีมา มุกดาหาร
จำนวนนกในโครงการปี 2568 (ตัว) 785 N/A N/A อยู่ระหว่างการดำเนินการ
จำนวนในโครงการปี 2567 (ตัว) 340-350 N/A N/A N/A
จำนวนนกที่เปลี่ยนแปลงจากปี 2567 ▲ 48% N/A N/A N/A

*กลุ่มบริษัทฯ เริ่มดำเนินการ โดยเริ่มจากการสำรวจชนิดสัตว์ในพื้นที่โครงการ เนื่องจากมีผลกับธุรกิจที่ดำเนินการมากที่สุด และจะดำเนินการในโรงงานอื่นๆ ต่อไป

แนวทางการบริหารจัดการ

แนวทางการดำเนินงาน ของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อให้สามารถปกป้องระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มบริษัทฯ กำหนด นโยบายสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การจัดการที่ดินอย่างยั่งยืน รวมทั้ง การจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด มุ่งลดผลกระทบและสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม และ ปฏิบัติตามมาตรฐานระดับสากล เช่น GRI , TNFD ที่ใช้แนวทางการบรรเทาผลกระทบ (Mitigation Hierarchy) ที่ประกอบด้วย หลีกเลี่ยง ลด ฟื้นฟู ชดเชย (Avoid, Minimize, Restore and Offset) ซึ่ง กลุ่มบริษัทฯ มีการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

Mitigation Hierarchy

การหลีกเลี่ยง (Avoid) เป็นขั้นตอนแรกที่กลุ่มบริษัทฯคำนึงถึง เพื่อลดผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น การจัดทำการประเมินและรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนเริ่มโครงการ โดยปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งประเมินพื้นที่โครงการว่า มีพื้นที่อนุรักษ์ แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และแหล่งน้ำ ที่ต้องคุ้มครองหรือไม่ ซึ่งมีหลายกรณีที่กลุ่มบริษัทฯ ไม่ดำเนินโครงการเมื่อพบว่า มีผลกระทบต่อความความหลากหลายทางชีวภาพเกินระดับความเสี่ยงที่กลุ่มบริษัทฯ ยอมรับได้ และตัดสินใจเลือกสถานที่อื่นที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า เช่น พื้นที่เกษตรที่ถูกทิ้งร้าง เพื่อให้เป็นไปตามแนวทาง TNFD ที่เน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติและการเปิดเผยข้อมูล

การลดผลกระทบ (Minimize) เป็นขั้นตอนต่อมาเพื่อลดผลกระทบให้น้อยที่สุด เช่น การติดตั้งกังหันลมที่มีการออกแบบให้ลดผลกระทบต่อนกหรือสัตว์ปีกอื่น การออกแบบเครื่องจักรชีวมวลที่ลดมลภาวะมากที่สุด การก่อสร้างที่หลีกเลี่ยง ลด ผลกระทบต่อชุมชน

การฟื้นฟูและการชดเชย (Restore & Offset) สำหรับฟื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการ จำเป็นต้องฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้สู่สภาพดีกว่าเดิม เช่น การปลูกป่าทดแทน การฟื้นฟูแหล่งน้ำบนพื้นที่โครงการ หรือ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวและดำเนินโครงการชดเชยความหลากหลายทางชีวภาพ โดยการขยายพื้นที่สีเขียวและแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศ (Ecological Corridors) โดยเพิ่มการปลูกต้นไม้และการสร้างแนวกันชนทางธรรมชาติรอบโรงงานและพื้นที่โครงการ และสนับสนุนโครงการปลูกป่าและกักเก็บคาร์บอน โดยลงทุนในโครงการปลูกต้นไม้พื้นเมืองและการฟื้นฟูแหล่งกักเก็บคาร์บอน เพื่อชดเชยผลกระทบจากการใช้ที่ดิน

การใช้ที่ดินอย่างยั่งยืนและการจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Sustainable Land Use & Sourcing) กลุ่มบริษัทฯ ขับเคลื่อนการอนุรักษ์ถิ่นอาศัยตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยออกแบบพื้นที่แผงโซลาร์เซลล์และกังหันลมเพื่อไม่ให้กีดขวางเส้นทางอพยพของสัตว์ป่า และป้องกันปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล กลุ่มบริษัทฯ ยกระดับการจัดการห่วงโซ่อุปทาน โดยกำหนดให้การจัดหาวัตถุดิบชีวมวลต้องมาจากแหล่งที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับมาตรฐานป่าไม้และเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

การปลูกฝังจิตสำนึกและสร้างแนวร่วม (Cultivating Environmental Awareness) ความยั่งยืนที่แท้จริงต้องเกิดจากรากฐานของวัฒนธรรมองค์กร กลุ่มบริษัทฯ จึงสื่อสารและจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพให้กับพนักงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งผนึกกำลังร่วมกับชุมชนท้องถิ่นในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติรอบโรงงาน เพื่อให้การเติบโตของธุรกิจพลังงานสะอาดดำเนินไปอย่างกลมกลืนกับวิถีชีวิตและระบบนิเวศของชุมชนอย่างยั่งยืน

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

Biodiversity Report 2025
นโยบายสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ