แนวทางการบริหารจัดการ
กลุ่มบริษัทฯ มุ่งมั่นบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ โดยยึดหลักการบริหารความเสี่ยงแบบบูรณาการ และการสร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงระดับโลก ควบคู่กับการเสริมสร้างความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กับคู่ค้า
กลุ่มบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ผ่านการคัดเลือกคู่ค้าที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ปฏิบัติตามกฎหมาย และยึดมั่นในจริยธรรมทางธุรกิจ โดยคณะกรรมการบริษัท ทำหน้าที่กำกับดูแลเชิงนโยบาย ขณะที่ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้าง รับผิดชอบการนำนโยบายไปปฏิบัติ รวมถึงบูรณาการประเด็นด้าน ESG ในการประเมินผลการปฏิบัติงานและการฝึกอบรมผู้จัดซื้อ
กลุ่มบริษัทฯ กำหนดนโยบายและจรรยาบรรณคู่ค้าเพื่อความยั่งยืน 8 เสาหลัก เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการคัดเลือกและประเมินคู่ค้ารายใหม่ รวมถึงคู่ค้าสำคัญ โดยมีเสาหลักการดำเนินงาน ดังนี้
01
ความยั่งยืน : บูรณาการมิติ ESG เข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและตัดสินใจทางธุรกิจ เพื่อส่งมอบผลกระทบเชิงบวกตลอดห่วงโซ่อุปทาน
02
ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ : กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างต้องเป็นธรรม แข่งขันอย่างเสรี ปราศจากความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
03
การปฏิบัติตามกฎหมาย : บริษัทฯ และคู่ค้าต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับทั้งในระดับท้องถิ่นและสากลอย่างเคร่งครัด
04
สิทธิมนุษยชน : บริษัทฯ และคู่ค้าต้องยึดมั่นในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน หลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs) และมาตรฐานองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)
05
มาตรฐานแรงงาน : บริษัทฯ และคู่ค้าต้องปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม เคารพสิทธิในการรวมกลุ่มและเจรจาต่อรอง กำหนดชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสม จ่ายค่าจ้างที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และปราศจากการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ หรือการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบ
06
การปกป้องสิ่งแวดล้อม : บริษัทฯ และคู่ค้าต้องต้องบริหารจัดการทรัพยากรเชิงนิเวศ ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนมีการจัดการมลพิษและของเสียตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน
07
การต่อต้านการทุจริต : บริษัทฯ และคู่ค้าต้องมีนโยบายไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชัน การให้สินบน และการฟอกเงินในทุกรูปแบบ
08
ความรับผิดชอบต่อสังคม : บริษัทฯ และคู่ค้าต้องมีส่วนร่วมในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่นและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน
แนวทางดำเนินงานในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนของกลุ่มบริษัทฯ มีดังนี้
กลุ่มบริษัทฯ ตระหนักดีว่าห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งคือรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน จึงได้กำหนดและสื่อสาร “จรรยาบรรณคู่ค้าเพื่อการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่นยืน” เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางปฏิบัติและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของคู่ค้า ให้สอดคล้องกับพันธกิจขององค์กรในการรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และบรรษัทภิบาล (ESG) โดยกลุ่มบริษัทฯ ไม่เพียงแต่สนับสนุนให้คู่ค้าบูรณาการแนวปฏิบัตินี้เข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของตนเอง แต่ยังส่งเสริมให้เกิดการขยายผล โดยนำหลักปฏิบัตินี้ไปบังคับใช้กับคู่ค้าและผู้รับเหมาช่วงของตนเองด้วยเช่นกัน ซึ่งครอบคลุมแนวทางการดำเนินงานใน 6 ด้าน ดังนี้
01
ด้านจริยธรรมทางธุรกิจ : คู่ค้าต้องดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เคารพทรัพย์สินทางปัญญา ป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชัน การให้สินบน และการผูกขาดหรือการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
02
ด้านการปฏิบัติต่อแรงงานและสิทธิมนุษยชน : คู่ค้าต้องเคารพสิทธิมนุษยชนและปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ หรือการค้ามนุษย์ สนับสนุนเสรีภาพในการสมาคมและการเจรจาต่อรอง พร้อมจัดให้มีสภาพการทำงาน สวัสดิการ และค่าจ้างที่เหมาะสม
03
ด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย : คู่ค้าต้องจัดให้มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎหมายด้านอาชีวอนามัย จัดหาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) แผนตอบสนองเหตุฉุกเฉิน และการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยอย่างเหมาะสม
04
ด้านสิ่งแวดล้อมและการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ : คู่ค้าต้องบริหารจัดการทรัพยากร พลังงาน มลพิษ และของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ หลีกเลี่ยงการตัดไม้ทำลายป่า และส่งเสริมการใช้สินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
05
ด้านการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคม : คู่ค้าต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมมีส่วนร่วมในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการพัฒนาชุมชนตามโอกาสและความเหมาะสม เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน
06
ด้านการให้ความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรม : คู่ค้าควรส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และกระบวนการที่เป็นนวัตกรรม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างคุณค่าทางสังคม พร้อมถ่ายทอดหลักปฏิบัติตามจรรยาบรรณไปยังคู่ค้าและผู้รับเหมาช่วง
การคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่
กลุ่มบริษัทฯ ได้จัดทำเกณฑ์ในการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคู่ค้าสามารถส่งมอบสินค้า/บริการที่เป็นไปตามเกณฑ์หรือความต้องการขององค์กร โดยผ่านการประเมินที่ครอบคลุมประเด็นดังต่อไปนี้
สินค้า/บริการที่มีคุณภาพ มีคุณสมบัติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Recycle materials, Non-toxic ingredients) ได้รับการรับรองจากมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอุตสาหกรรม หรือมาตรฐานอื่น ๆ ที่เชื่อถือได้
สินค้า/บริการ มีราคาที่สอดคล้องและเหมาะสม
คู่ค้ามีการดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม เป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือกฎหมาย เช่น มีแนวทางในการกำจัดของเสียอย่างเป็นระบบ ไม่ดำเนินงานโดยก่อให้เกิดมลภาวะเป็นต้น
คู่ค้ามีการดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุมประเด็นด้านสังคม ไม่มีการเลือกปฏิบัติ การจ้างแรงงานที่ถูกกฎหมาย มีความรับผิดชอบต่อสังคม และเคารพต่อสิทธิมนุษยชน
สำหรับธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลของกลุ่มบริษัทฯ ดำเนินการโดย บริษัท ยูนิ พาวเวอร์ เทค จํากัด (UPT) ใช้เชื้อเพลิงในการผลิตเป็นกากหรือวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร เช่น ชิ้นไม้สับ เปลือกไม้ และเชื้อเพลิงชีวมวลในรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งการคัดเลือกคู่ค้าที่ส่งมอบเชื้อเพลิงในการผลิตจะต้องพิจารณาแหล่งที่มาของเชื้อเพลิงเพื่อให้มั่นใจว่าได้มาอย่างถูกต้อง ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยคู่ค้าที่เป็นผู้ส่งมอบเชื้อเพลิงการผลิตประเภทชิ้นไม้และเปลือกไม้ต้องได้การรับรอง FSC (Forest Stewardship Council Certificate) ซึ่งช่วยให้มั่นใจว่าเป็นไม้ที่มาจากป่าหรือแหล่งปลูกที่มีการจัดการป่าไม้ในเชิงพาณิชย์อย่างถูกต้องตามหลักการที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและมีการปลูกป่าทดแทนไม้ที่นำมาใช้งาน
นอกจากประเด็นที่มาของเชื้อเพลิงในการผลิตซึ่งคู่ค้าต้องได้รับ FSC Certificate แล้ว โรงไฟฟ้าชีวมวลยังมีความเสี่ยงที่การดำเนินงานจะส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนโดยรอบ การประเมินเพื่อคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ของ UPT จึงมีความเข้มงวด และกำหนดให้ประเด็นการได้รับการรับรองระบบการบริหารงานคุณภาพ ISO 9001 และระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ISO 45001 เป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์ในการประเมินด้วย
การพัฒนาคู่ค้า
กลุ่มบริษัทฯ ให้ความสำคัญในการพัฒนาคู่ค้าและผู้รับเหมาในห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะคู่ค้าสำคัญในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และชีวมวล เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความเสี่ยงในการละเมิดกฎหมายข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งสนับสนุนการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของคู่ค้าและผู้รับเหมาให้ดียิ่งขึ้นและเป็นไปตามมาตรฐานของบริษัทฯ เช่น สนับสนุนให้คู่ค้าและผู้รับเหมาที่ส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการหลักให้แก่บริษัทฯ มีการพัฒนาในกระบวนการดำเนินธุรกิจและได้รับการรับรองระบบการบริหารจัดการที่สอดคล้องตามมาตรฐานสากล เช่น ISO 9001 ISO 14001 ISO 45001
การชำระเงินให้คู่ค้า
กลุ่มบริษัทฯ ตระหนักดีว่า "สภาพคล่องทางการเงิน" ของคู่ค้าเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน และการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน จึงกำหนดแนวปฏิบัติด้านการชำระเงินโดยยึดหลักความโปร่งใส ความเป็นธรรม และความเหมาะสม เพื่อสร้างโอกาสและความร่วมมือทางธุรกิจที่ยั่งยืนกับคู่ค้า
บริษัทฯ กำหนดระยะเวลาการชำระเงินให้แก่คู่ค้าไม่เกิน 60 วัน เพื่อบรรเทาความเสี่ยงทางการเงินของคู่ค้า สนับสนุนสภาพคล่องของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการชำระเงินอาจแตกต่างจากแนวปฏิบัติดังกล่าวตามลักษณะของธุรกิจ ประเภทสินค้าและบริการ เงื่อนไขตามสัญญา รวมถึงมาตรฐานคุณภาพของสินค้าและบริการ เพื่อให้เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของทั้งสองฝ่าย