ความสำคัญและพันธกิจ

ความสำคัญของประเด็นห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ ในฐานะที่กลุ่มบริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียน การบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบถือเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จขององค์กรและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน เนื่องจากการดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนต้องอาศัยความร่วมมือจากคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดหาอุปกรณ์และเทคโนโลยีสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และชีวมวล ไปจนถึงการบำรุงรักษาและการจัดการวัสดุที่หมดอายุการใช้งาน

กลุ่มบริษัทฯ ตระหนักและให้ความสำคัญในประเด็นดังกล่าว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกระบวนการจัดหา จัดซื้อ จัดจ้างอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ดำเนินงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเป็นระบบ โปร่งใส ตรวจสอบได้และมีประสิทธิภาพที่สอดคล้องและคำนึงคุณภาพสิ่งแวดล้อม การจัดการสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงการคำนึงถึงการจัดซื้อ จัดจ้าง อย่างยั่งยืน ที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีทั้งต่อองค์กร และตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน

เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในการบริหารห่วงโซ่อุปทาน

เป้าหมาย และผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย

การสื่อสารนโยบายและจรรยาบรรณ มุ่งเน้นสื่อสารให้คู่ค้ารับทราบ “จรรยาบรรณคู่ค้าเพื่อการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน” โดยดำเนินการจัดส่งเอกสารและข้อกำหนดด้าน ESG ให้คู่ค้าทุกรายที่มีการสั่งซื้อได้รับทราบผ่านระบบอีเมลอย่างเป็นทางการ
สัดส่วนคู่ค้ารายใหม่ที่มีมูลค่าการสั่งซื้อครั้งแรกเกิน 500,000 บาท จะต้องได้รับการประเมินผ่าน “แบบคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่” โดยมีเกณฑ์การพิจารณาด้านผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ร้อยละ 100
สัดส่วนคู่ค้าปัจจุบันที่เป็นคู่ค้าหลัก และคู่ค้าสำคัญที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง จะต้องได้รับการประเมินความเสี่ยงผ่าน “แบบประเมิน SUPPLIER ESG AUDIT QUESTIONNAIRE” ร้อยละ 100
/

ผลการดำเนินงาน 2568

ในปี 2568 สัดส่วนคู่ค้ารายใหม่ที่มียอดการสั่งซื้อเกิน 500,000 บาท ที่ได้รับการประเมินโดยใช้เกณฑ์การคัดเลือกด้าน ESG ร้อยละ 100

ตารางนี้สามารถเลื่อนแนวนอนได้

คู่ค้ารายใหม่ที่ผ่านการคัดกรองโดยใช้เกณฑ์ทางสิ่งแวดล้อม/สังคม ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568
จำนวนคู่ค้ารายใหม่ที่ต้องได้รับการประเมินด้านสิ่งแวดล้อม/สังคม* 3 12 14
คู่ค้ารายใหม่ที่ผ่านการคัดกรองโดยใช้เกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมและด้านสังคม 3 12 14

*การคัดเลือกคู่ค้า (ผู้ขาย/ ผู้รับจ้าง) ในกรณีที่มียอดการสั่งซื้อเกิน 500,000 บาท ในครั้งแรก จะต้องนำประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม/สังคมมาประเมิน คู่ค้าจะต้องผ่านเกณฑ์การคัดเลือกจึงจะสามารถทำการสั่งซื้อ/สั่งจ้างได้ และหลังเสร็จสิ้นกระบวนการต้องมีการประเมินอีกครั้ง หากคู่ค้าไม่ผ่านเกณฑ์ก็จะทำการคัดออกจากบัญชีผู้ค้า (Vendor List)

กลุ่มบริษัทฯ ได้ทำการประเมินผลกระทบเชิงลบตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและด้านสังคมทั้งที่เกิดขึ้นจริงและที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากคู่ค้าสำคัญที่ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง (Critical Tier-1 Supplier) และคู่ค้าใหม่ ในปี 2568 จำนวน 24 ราย ไม่พบว่ามีส่วนในการก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและด้านสังคม

ตารางนี้สามารถเลื่อนแนวนอนได้

ผลกระทบเชิงลบตลอดห่วงโซ่อุปทาน ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568
จำนวนคู่ค้าที่ได้รับการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม 3 20 24
จำนวนคู่ค้าที่พบว่ามีส่วนในการก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจริงและคาดว่าจะเกิดขึ้น (Actual and potential negative environmental impacts) อย่างมีนัยสำคัญ 0 0 0
จำนวนคู่ค้าที่ได้รับการประเมินผลกระทบด้านสังคม 3 20 24
จำนวนคู่ค้าที่พบว่ามีส่วนในการก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบด้านสังคมที่เกิดขึ้นจริงและคาดว่าจะเกิดขึ้น (Actual and potential negative social impacts) อย่างมีนัยสำคัญ 0 0 0

แนวทางการบริหารจัดการ

กลุ่มบริษัทฯ มุ่งมั่นบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ โดยยึดหลักการบริหารความเสี่ยงแบบบูรณาการ และการสร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงระดับโลก ควบคู่กับการเสริมสร้างความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กับคู่ค้า

กลุ่มบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ผ่านการคัดเลือกคู่ค้าที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ปฏิบัติตามกฎหมาย และยึดมั่นในจริยธรรมทางธุรกิจ โดยคณะกรรมการบริษัท ทำหน้าที่กำกับดูแลเชิงนโยบาย ขณะที่ฝ่ายจัดซื้อจัดจ้าง รับผิดชอบการนำนโยบายไปปฏิบัติ รวมถึงบูรณาการประเด็นด้าน ESG ในการประเมินผลการปฏิบัติงานและการฝึกอบรมผู้จัดซื้อ

กลุ่มบริษัทฯ กำหนดนโยบายและจรรยาบรรณคู่ค้าเพื่อความยั่งยืน 8 เสาหลัก เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการคัดเลือกและประเมินคู่ค้ารายใหม่ รวมถึงคู่ค้าสำคัญ โดยมีเสาหลักการดำเนินงาน ดังนี้

01

ความยั่งยืน: บูรณาการมิติ ESG เข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและตัดสินใจทางธุรกิจ เพื่อส่งมอบผลกระทบเชิงบวกตลอดห่วงโซ่อุปทาน

02

ความโปร่งใสและตรวจสอบได้: กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างต้องเป็นธรรม แข่งขันอย่างเสรี ปราศจากความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

03

การปฏิบัติตามกฎหมาย: บริษัทฯ และคู่ค้าต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับทั้งในระดับท้องถิ่นและสากลอย่างเคร่งครัด

04

สิทธิมนุษยชน: บริษัทฯ และคู่ค้าต้องยึดมั่นในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน หลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs) และมาตรฐานองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)

05

มาตรฐานแรงงาน: บริษัทฯ และคู่ค้าต้องปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม เคารพสิทธิในการรวมกลุ่มและเจรจาต่อรอง กำหนดชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสม จ่ายค่าจ้างที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และปราศจากการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ หรือการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบ

06

การปกป้องสิ่งแวดล้อม: บริษัทฯ และคู่ค้าต้องต้องบริหารจัดการทรัพยากรเชิงนิเวศ ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนมีการจัดการมลพิษและของเสียตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

07

การต่อต้านการทุจริต: บริษัทฯ และคู่ค้าต้องมีนโยบายไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชัน การให้สินบน และการฟอกเงินในทุกรูปแบบ

08

ความรับผิดชอบต่อสังคม: บริษัทฯ และคู่ค้าต้องมีส่วนร่วมในการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่นและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

แนวทางดำเนินงานในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนของกลุ่มบริษัทฯ มีดังนี้

กลุ่มบริษัทฯ ตระหนักดีว่าห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งคือรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน จึงได้กำหนดและสื่อสาร “จรรยาบรรณคู่ค้าเพื่อการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่นยืน” เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางปฏิบัติและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของคู่ค้า ให้สอดคล้องกับพันธกิจขององค์กรในการรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และบรรษัทภิบาล (ESG) โดยกลุ่มบริษัทฯ ไม่เพียงแต่สนับสนุนให้คู่ค้าบูรณาการแนวปฏิบัตินี้เข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของตนเอง แต่ยังส่งเสริมให้เกิดการขยายผล โดยนำหลักปฏิบัตินี้ไปบังคับใช้กับคู่ค้าและผู้รับเหมาช่วงของตนเองด้วยเช่นกัน ซึ่งครอบคลุมแนวทางการดำเนินงานใน 6 ด้าน ดังนี้

01

ด้านจริยธรรมทางธุรกิจ: คู่ค้าต้องดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เคารพทรัพย์สินทางปัญญา ป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชัน การให้สินบน และการผูกขาดหรือการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

02

ด้านการปฏิบัติต่อแรงงานและสิทธิมนุษยชน: คู่ค้าต้องเคารพสิทธิมนุษยชนและปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ หรือการค้ามนุษย์ สนับสนุนเสรีภาพในการสมาคมและการเจรจาต่อรอง พร้อมจัดให้มีสภาพการทำงาน สวัสดิการ และค่าจ้างที่เหมาะสม

03

ด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย: คู่ค้าต้องจัดให้มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎหมายด้านอาชีวอนามัย จัดหาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) แผนตอบสนองเหตุฉุกเฉิน และการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยอย่างเหมาะสม

04

ด้านสิ่งแวดล้อมและการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: คู่ค้าต้องบริหารจัดการทรัพยากร พลังงาน มลพิษ และของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ หลีกเลี่ยงการตัดไม้ทำลายป่า และส่งเสริมการใช้สินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

05

ด้านการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคม: คู่ค้าต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมมีส่วนร่วมในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการพัฒนาชุมชนตามโอกาสและความเหมาะสม เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

06

ด้านการให้ความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรม: คู่ค้าควรส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และกระบวนการที่เป็นนวัตกรรม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างคุณค่าทางสังคม พร้อมถ่ายทอดหลักปฏิบัติตามจรรยาบรรณไปยังคู่ค้าและผู้รับเหมาช่วง

การคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่

กลุ่มบริษัทฯ ได้จัดทำเกณฑ์ในการคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคู่ค้าสามารถส่งมอบสินค้า/บริการที่เป็นไปตามเกณฑ์หรือความต้องการขององค์กร โดยผ่านการประเมินที่ครอบคลุมประเด็นดังต่อไปนี้

  • สินค้า/บริการที่มีคุณภาพ มีคุณสมบัติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Recycle materials, Non-toxic ingredients) ได้รับการรับรองจากมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอุตสาหกรรม หรือมาตรฐานอื่น ๆ ที่เชื่อถือได้
  • สินค้า/บริการ มีราคาที่สอดคล้องและเหมาะสม
  • คู่ค้ามีการดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม เป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือกฎหมาย เช่น มีแนวทางในการกำจัดของเสียอย่างเป็นระบบ ไม่ดำเนินงานโดยก่อให้เกิดมลภาวะเป็นต้น
  • คู่ค้ามีการดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุมประเด็นด้านสังคม ไม่มีการเลือกปฏิบัติ การจ้างแรงงานที่ถูกกฎหมาย มีความรับผิดชอบต่อสังคม และเคารพต่อสิทธิมนุษยชน

สำหรับธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลของกลุ่มบริษัทฯ ดำเนินการโดย บริษัท ยูนิ พาวเวอร์ เทค จํากัด (UPT) ใช้เชื้อเพลิงในการผลิตเป็นกากหรือวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร เช่น ชิ้นไม้สับ เปลือกไม้ และเชื้อเพลิงชีวมวลในรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งการคัดเลือกคู่ค้าที่ส่งมอบเชื้อเพลิงในการผลิตจะต้องพิจารณาแหล่งที่มาของเชื้อเพลิงเพื่อให้มั่นใจว่าได้มาอย่างถูกต้อง ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยคู่ค้าที่เป็นผู้ส่งมอบเชื้อเพลิงการผลิตประเภทชิ้นไม้และเปลือกไม้ต้องได้การรับรอง FSC (Forest Stewardship Council Certificate) ซึ่งช่วยให้มั่นใจว่าเป็นไม้ที่มาจากป่าหรือแหล่งปลูกที่มีการจัดการป่าไม้ในเชิงพาณิชย์อย่างถูกต้องตามหลักการที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและมีการปลูกป่าทดแทนไม้ที่นำมาใช้งาน

นอกจากประเด็นที่มาของเชื้อเพลิงในการผลิตซึ่งคู่ค้าต้องได้รับ FSC Certificate แล้ว โรงไฟฟ้าชีวมวลยังมีความเสี่ยงที่การดำเนินงานจะส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนโดยรอบ การประเมินเพื่อคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ของ UPT จึงมีความเข้มงวด และกำหนดให้ประเด็นการได้รับการรับรองระบบการบริหารงานคุณภาพ ISO 9001 และระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ISO 45001 เป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์ในการประเมินด้วย

การพัฒนาคู่ค้า

กลุ่มบริษัทฯ ให้ความสำคัญในการพัฒนาคู่ค้าและผู้รับเหมาในห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะคู่ค้าสำคัญในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และชีวมวล เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความเสี่ยงในการละเมิดกฎหมายข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งสนับสนุนการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของคู่ค้าและผู้รับเหมาให้ดียิ่งขึ้นและเป็นไปตามมาตรฐานของบริษัทฯ เช่น สนับสนุนให้คู่ค้าและผู้รับเหมาที่ส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการหลักให้แก่บริษัทฯ มีการพัฒนาในกระบวนการดำเนินธุรกิจและได้รับการรับรองระบบการบริหารจัดการที่สอดคล้องตามมาตรฐานสากล เช่น ISO 9001 ISO 14001 ISO 45001

การชำระเงินให้คู่ค้า

กลุ่มบริษัทฯ ตระหนักดีว่า "สภาพคล่องทางการเงิน" ของคู่ค้าเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน และการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน จึงกำหนดแนวปฏิบัติด้านการชำระเงินโดยยึดหลักความโปร่งใส ความเป็นธรรม และความเหมาะสม เพื่อสร้างโอกาสและความร่วมมือทางธุรกิจที่ยั่งยืนกับคู่ค้า

บริษัทฯ กำหนดระยะเวลาการชำระเงินให้แก่คู่ค้าไม่เกิน 60 วัน เพื่อบรรเทาความเสี่ยงทางการเงินของคู่ค้า สนับสนุนสภาพคล่องของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาการชำระเงินอาจแตกต่างจากแนวปฏิบัติดังกล่าวตามลักษณะของธุรกิจ ประเภทสินค้าและบริการ เงื่อนไขตามสัญญา รวมถึงมาตรฐานคุณภาพของสินค้าและบริการ เพื่อให้เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของทั้งสองฝ่าย

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

จรรยาบรรณคู่ค้าเพื่อการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน
นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน