ความสำคัญและพันธกิจ

บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดหลักจริยธรรม การดำเนินงานที่มีความรับผิดชอบ และการรายงานข้อมูลอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือของกลุ่มบริษัทฯ ดึงดูดนักลงทุน และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการสนับสนุนที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืนได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยในการบริหารความเสี่ยงและป้องกันการทุจริตด้วยการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด และการปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรฐานสากลอย่างมีประสิทธิภาพ

การบริหารจัดการด้วยจริยธรรมและความรับผิดชอบของกลุ่มบริษัทฯ จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่น รักษาความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน นอกจากนี้ ยังเป็นการตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals) SDG 16 ที่เน้นการส่งเสริมสังคมที่สงบสุข ครอบคลุมทุกกลุ่มคน การเข้าถึงความยุติธรรม และการสร้างองค์กรที่มีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบ และครอบคลุมในทุกระดับ

เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจ

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย

พัฒนานโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีขึ้นซึ่งครอบคลุมโครงสร้าง บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท รวมถึงหลักการบริหารจัดการที่โปร่งใส
มั่นใจว่ากลุ่มบริษัทดำเนินงานอย่างเป็นธรรมเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ถือหุ้น
สร้างองค์กรที่ส่งเสริมความยั่งยืนและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย
สร้างความไว้วางใจและความยั่งยืนแก่กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและภายนอก เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
ดำเนินธุรกิจตามมาตรฐานจริยธรรมและหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งจะรับประกันการเติบโตอย่างมั่นคงและการยอมรับในสังคม
บรรลุการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยมุ่งเน้นการสร้างงานที่มีคุณค่า ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ และขจัดการทุจริต
มีวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใสและยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
/

ผลการดำเนินงาน 2567

ในปี 2567 บริษัทไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนหรือข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริต และไม่มีการกระทำผิดเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลภายใน
SSP ส่งเสริมนโยบาย "No Gift Policy" เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส และความเป็นธรรม
บริษัทได้จัดตั้งช่องทางสำหรับการร้องเรียนและการแจ้งเบาะแส
บริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการตรวจสอบ
SSP มีจรรยาบรรณทางธุรกิจที่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานต้องปฏิบัติตาม
ในปี 2567 บริษัทไม่มีกรณีการละเมิดจรรยาบรรณทางธุรกิจ และไม่มีการกระทำใดที่เป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบของหน่วยงานกำกับดูแล

แนวทางการบริหารจัดการ

แนวทางการบริหารของบริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งในการผนวกรวมความยั่งยืนและการกำกับดูแลกิจการที่ดีในทุกมิติของการดำเนินงาน บริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อพัฒนานโยบายและแนวทางการดำเนินงานที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม คณะกรรมการบริษัทปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ได้แก่ สิทธิของผู้ถือหุ้น การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน บทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ SSP ได้กำหนดจรรยาบรรณที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส การกำกับดูแลกิจการที่ดี และจริยธรรมทางสังคม เพื่อรับรองการปฏิบัติที่มีจริยธรรม บริษัทได้ดำเนินมาตรการป้องกันและจัดการกับการทุจริต เช่น นโยบายและวัฒนธรรมต้านการทุจริต แนวทางการรายงานและสอบสวน และการตรวจสอบธุรกรรมการชำระเงิน นอกจากนี้ บริษัทมีคณะกรรมการชุดย่อย เช่น คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน และคณะกรรมการบริหาร เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทคณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการ ตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบาย และกำกับดูแลจริยธรรมทางธุรกิจของบริษัท สุดท้าย บริษัทได้จัดให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและเกณฑ์การประเมินคะแนนเป็นไปตามแนวทางของบริษัท

หลักการและนโยบายการกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 (Corporate Governance Code for listed companies 2017) ใน 8 หลักปฏิบัติ

01

หลักปฏิบัติ 1: ตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการในฐานะผู้นำองค์กรที่สร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืน (Establish Clear Leadership Role and Responsibilities of the Board)

02

หลักปฏิบัติ 2: กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของกิจการที่เป็นไปเพื่อความยั่งยืน (Define Objectives that Promote Sustainable Value Creation)

03

หลักปฏิบัติ 3: เสริมสร้างคณะกรรมการที่มีประสิทธิผล (Strengthen Board Effectiveness)

04

หลักปฏิบัติ 4: สรรหาและพัฒนาผู้บริหารระดับสูงและการบริหารบุคลากร (Ensure Effective CEO and People Management)

05

หลักปฏิบัติ 5: ส่งเสริมนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (Nurture Innovation and Responsible Business)

06

หลักปฏิบัติ 6: ดูแลให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่เหมาะสม (Strengthen Effective Risk Management and Internal Control)

07

หลักปฏิบัติ 7: รักษาความน่าเชื่อถือทางการเงินและการเปิดเผยข้อมูล (Ensure Disclosure and Financial Integrity)

08

หลักปฏิบัติ 8: สนับสนุนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารกับผู้ถือหุ้น (Ensure Engagement and Communication with Shareholders)

โครงสร้างของคณะกรรมการ

ในปี 2567 คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการจำนวนทั้งสิ้น 10 ท่าน โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ประธานกรรมการ เป็นกรรมการอิสระ และไม่ทำหน้าที่กรรมการบริหาร หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
  • มีจำนวนกรรมการที่เป็นผู้บริหาร 3 ท่าน และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 7 ท่าน คิดเป็นสัดส่วนของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารต่อกรรมการทั้งหมดร้อยละ 70
  • กรรมการอิสระจำนวน 5 ท่าน คิดเป็นสัดส่วนของกรรมการอิสระต่อกรรมการทั้งหมดร้อยละ 50
  • กรรมการหญิง 3 ท่าน และกรรมการชาย 7 ท่าน คิดเป็นสัดส่วนกรรมการหญิงต่อกรรมการชาย 3:7

โดยคณะกรรมการทุกท่านผ่านกระบวนการสรรหา โดยพิจารณาคุณสมบัติทางกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนด คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนได้กำหนดหลักเกณฑ์และกระบวนการในการสรรหาคณะกรรมการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้คณะกรรมการที่มีคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่หลากหลายตาม Board Skill Matrix มาปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

ทั้งนี้ คณะกรรมการของบริษัทเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาอาชีพ ซึ่งเกี่ยวข้องและสนับสนุนธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ โดยมีคณะกรรมการชุดย่อยอีก 5 ชุด

  • คณะกรรมการตรวจสอบ
  • คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
  • คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
  • คณะกรรมการบริหาร
  • คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ตารางนี้สามารถเลื่อนแนวนอนได้

ตารางความรู้ความชำนาญ (Board Skill Matrix)
ตารางความรู้ความชำนาญ (Board Skill Matrix)
รายชื่อ/ความรู้
ความชำนาญเฉพาะด้าน
เพศ
อายุ
กรรมการอิสระ
การจัดการอุตสาหกรรม
การตลาด
บัญชีและการเงิน
การบริหารจัดการ
กฎหมาย
การกำกับดูแลกิจการ
การบริหารจัดการความเสี่ยง
การบริหารทรัพยากรบุคคล
การตรวจสอบ
1. นายกำธร วังอุดม M 78
2. ศาสตราจารย์กิตติคุณ สำเรียง เมฆเกรียงไกร M 70
3. นายธนา บุบผาวาณิชย์ M 57
4. นางสาวธัณฐภรณ์ ไกรพิสิทธิ์กุล F 44
5. นายธนวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล M 40
6. นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ M 42
7. นางธัญนีย์ ไกรพิสิทธิ์กุล F 68
8. พลเอกไพรัช โพธิ์อุบล M 68
9. นายมนชัย พงศ์สถาบดี M 58
10. นางสาวลัลน์ลลิต ไมตรีวิทยานนท์ F 38
รวม 5 10 5 5 10 2 10 5 2 3

การประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัทและกรรมการชุดย่อย

เพื่อให้การกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance Code) คณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานปีละ 1 ครั้ง โดยใช้แบบประเมินตนเอง (Self-Assessment Form) ซึ่งเป็นการประเมินทั้งแบบรายคณะและรายบุคคล

สรุปผลการปฏิบัติงานและผลการประเมินตนเองของคณะกรรมการ

  • การประเมินตนเองของกรรมการบริษัทรายคณะ และการประเมินรายบุคคล (การประเมินแบบไขว้)
  • การประเมินตนเองของคณะกรรมการชุดย่อยแบบรายคณะ และการประเมินรายบุคคล (การประเมินแบบไขว้)

คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยทั้ง 5 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร, คณะกรรมการตรวจสอบ, คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน, คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง, และคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อนำผลการประเมินมาใช้ในการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ผลการประเมินแบ่งตามหัวข้อ 3 หัวข้อ ได้แก่ โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ, การประชุมคณะกรรมการ, บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

สรุปผลการปฏิบัติงาน และผลการประเมินตนองของคณะกรรมการ

ตารางนี้สามารถเลื่อนแนวนอนได้

การประชุมคณะกรรมการ คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
จำนวนการประชุมในปี 2567** 7 1 4 2 2 1
สัดส่วนการเข้าประชุม 100%* 100% 100% 100% 100% 100%
คะแนนการประเมินผลการปฏิบัติงาน (ร้อยละ) ทั้งคณะ 94% รายบุคคล 95% ทั้งคณะ 91% รายบุคคล 90% ทั้งคณะ 97% รายบุคคล 98% ทั้งคณะ 90% รายบุคคล 86% ทั้งคณะ 97% รายบุคคล 98% ทั้งคณะ 86% รายบุคคล 88%

*นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ดำรงตำแหน่งถึงเดือน มีนาคม 2567 นางสาวลัลน์ลลิต ไมตรีวิทยานนท์ ดำรงตำแหน่งเมื่อเดือน มีนาคม 2567 รายละเอียดข้อมูลผลการปฏิบัติงานและการประเมินตนเองของคณะกรรมการปรากฏในแบบแสดงข้อมูลประจำปี/รายงานประจำปี 2567 (แบบ 56-1 One Report) หัวข้อ "รายงานผลการดำเนินงานสำคัญด้านการกำกับดูแลกิจการ

** การประชุมคณะกรรมการบริษัทจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกไตรมาส โดยเลขานุการบริษัทจะแจ้งกำหนดการประชุมให้คณะกรรมการบริษัททราบล่วงหน้าภายในไตรที่ 4 ของปีก่อนหน้า เพื่อให้กรรมการทุกท่านสามารถจัดสรรเวลาเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทในปีถัดไปได้ตลอดทั้งปี โดยจะส่งหนังสือเชิญประชุม เอกสารประกอบการประชุม และวาระการประชุมให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน อย่างไรก็ดีในปี 2567 ได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการบริษัทโดยไม่มีผู้บริหารเข้าร่วมประชุม เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 การประชุมในครั้งนี้เปิดโอกาสให้กรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหารได้หารือ และร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ เพื่อสรุปข้อเสนอแนะในการพัฒนาธุรกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจดำเนินการไปตามนโยบาย กลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัตถุประสงค์ของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามหลักหลักการกากับดูแลกิจการที่ดี ประธานกรรมการซึ่งเป็นกรรมการอิสระมีหน้าที่แจ้งผลการประชุมให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารรับทราบ

การฝึกอบรมและพัฒนากรรมการ

กลุ่มบริษัทฯ มุ่งมั่นส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของคณะกรรมการ ด้วยตระหนักว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความก้าวหน้าและความยั่งยืน โดยสนับสนุนให้กรรมการเข้าร่วมการอบรมและสัมมนาที่เป็นประโยชน์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการปฏิบัติงาน

สำหรับกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ กลุ่มบริษัทฯ ได้วางระบบการสนับสนุนอย่างครบวงจร ทั้งการจัดเตรียมเอกสารข้อมูลที่จำเป็น การแนะนำภาพรวมธุรกิจ และแนวทางการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อให้เข้าใจพื้นฐานธุรกิจและวิสัยทัศน์องค์กรได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังส่งเสริมวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในองค์กร โดยสนับสนุนให้บุคลากรทุกระดับมีส่วนร่วมในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ในปี 2567 มีกรรมการบริษัทเข้าร่วมการอบรมสัมมนาดังนี้

  1. นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน รุ่นที่ 34 จัดโดยสถาบันวิทยาการตลาดทุน วันที่จัด กรกฎาคม - ธันวาคม 2567
  2. นางสาวลัลน์ลลิต ไมตรีวิทยานนท์ หลักสูตรกรรมการเบื้องต้น Director Accreditation Program (DAP) รุ่นที่ 218/2024 จัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย วันที่จัด 8 พฤษภาคม 2567
  3. นายธนา บุบผาวาณิชย์ หลักสูตร e-Learning CFO's Orientation for New IPOS ภาษาไทย ปี 2567 จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระยะเวลาในการอบรม 12 ชม.

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

กฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ
ขอบเขต อํานาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ขอบเขต อํานาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการบริษัท
ขอบเขต อํานาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการบริหาร
ขอบเขต อํานาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการบริหารความเสี่ยง
ขอบเขต อํานาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
ขอบเขต อํานาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ขอบเขต อํานาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของเลขานุการบริษัท
จรรยาบรรณในการดําเนินธุรกิจของบริษัท
นโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทและบริษัทย่อย
นโยบายการลงทุน การกํากับดูแลการดําเนินงาน และการบริหารงานในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
นโยบายการเข้าทํารายการระหว่างกัน
นโยบายการใช้ข้อมูลภายใน
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
นโยบายค่าตอบแทนคณะกรรมการ
นโยบายเกี่ยวกับการกํากับดูแลกิจการที่ดี