ความสำคัญและพันธกิจ

บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดหลักจริยธรรม การดำเนินงานที่มีความรับผิดชอบ และการรายงานข้อมูลอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือของกลุ่มบริษัทฯ ดึงดูดนักลงทุน และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการสนับสนุนที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืนได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยในการบริหารความเสี่ยงและป้องกันการทุจริตด้วยการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด และการปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรฐานสากลอย่างมีประสิทธิภาพ

การบริหารจัดการด้วยจริยธรรมและความรับผิดชอบของกลุ่มบริษัทฯ จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่น รักษาความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน นอกจากนี้ ยังเป็นการตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals) SDG 16 ที่เน้นการส่งเสริมสังคมที่สงบสุข ครอบคลุมทุกกลุ่มคน การเข้าถึงความยุติธรรม และการสร้างองค์กรที่มีประสิทธิภาพ มีความรับผิดชอบ และครอบคลุมในทุกระดับ

เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจ

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย

พัฒนานโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีขึ้นซึ่งครอบคลุมโครงสร้าง บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท รวมถึงหลักการบริหารจัดการที่โปร่งใส
มั่นใจว่ากลุ่มบริษัทดำเนินงานอย่างเป็นธรรมเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ถือหุ้น
สร้างองค์กรที่ส่งเสริมความยั่งยืนและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย
สร้างความไว้วางใจและความยั่งยืนแก่กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและภายนอก เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
ดำเนินธุรกิจตามมาตรฐานจริยธรรมและหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งจะรับประกันการเติบโตอย่างมั่นคงและการยอมรับในสังคม
บรรลุการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยมุ่งเน้นการสร้างงานที่มีคุณค่า ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ และขจัดการทุจริต
มีวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใสและยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
/

ผลการดำเนินงาน 2568

ในปี 2568 บริษัทไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนหรือข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริต และไม่พบการกระทำผิดเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลภายใน
กลุ่มบริษัทฯ จัดอบรมด้านจริยธรรมธุรกิจและการต่อต้านการทุจริต โดยพนักงานใหม่ร้อยละ 100 และพนักงานปัจจุบันร้อยละ 88 ผ่านการอบรมและรับทราบแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มบริษัทฯ สื่อสารและบังคับใช้นโยบาย “งดรับของขวัญ” แก่ผู้บริหาร พนักงาน บริษัทย่อย คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมคงสถานะสมาชิก CAC และผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับ 5 ดาว
คณะกรรมการตรวจสอบกำกับดูแลระบบควบคุมภายใน โดยในปี 2568 มีการตรวจสอบภายในและภายนอก 2 ครั้ง พร้อมติดตามข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
บริษัทจัดให้มีช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสที่เป็นอิสระ ปลอดภัย และเป็นความลับ พร้อมมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสจากการตอบโต้หรือการเลือกปฏิบัติ
SSP บูรณาการตัวชี้วัดด้าน ESG ในการประเมินผลผู้บริหาร โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 96 และผู้บริหารระดับสูงได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 95 อยู่ในระดับดีเลิศ

แนวทางการบริหารจัดการ

แนวทางการบริหารของบริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งในการผนวกรวมความยั่งยืนและการกำกับดูแลกิจการที่ดีในทุกมิติของการดำเนินงาน บริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อพัฒนานโยบายและแนวทางการดำเนินงานที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม คณะกรรมการบริษัทปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ได้แก่ สิทธิของผู้ถือหุ้น การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน บทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ SSP ได้กำหนดจรรยาบรรณที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส การกำกับดูแลกิจการที่ดี และจริยธรรมทางสังคม เพื่อรับรองการปฏิบัติที่มีจริยธรรม บริษัทได้ดำเนินมาตรการป้องกันและจัดการกับการทุจริต เช่น นโยบายและวัฒนธรรมต้านการทุจริต แนวทางการรายงานและสอบสวน และการตรวจสอบธุรกรรมการชำระเงิน นอกจากนี้ บริษัทมีคณะกรรมการชุดย่อย เช่น คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน และคณะกรรมการบริหาร เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัทคณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการ ตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบาย และกำกับดูแลจริยธรรมทางธุรกิจของบริษัท สุดท้าย บริษัทได้จัดให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและเกณฑ์การประเมินคะแนนเป็นไปตามแนวทางของบริษัท

หลักการและนโยบายการกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยครอบคลุมหลักปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 (Corporate Governance Code for listed companies 2017) ใน 8 หลักปฏิบัติ ดังนี้

01

หลักปฏิบัติ 1: ตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการในฐานะผู้นำองค์กรที่สร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืน (Establish Clear Leadership Role and Responsibilities of the Board)

02

หลักปฏิบัติ 2: กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของกิจการที่เป็นไปเพื่อความยั่งยืน (Define Objectives that Promote Sustainable Value Creation)

03

หลักปฏิบัติ 3: เสริมสร้างคณะกรรมการที่มีประสิทธิผล (Strengthen Board Effectiveness)

04

หลักปฏิบัติ 4: สรรหาและพัฒนาผู้บริหารระดับสูงและการบริหารบุคลากร (Ensure Effective CEO and People Management)

05

หลักปฏิบัติ 5: ส่งเสริมนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (Nurture Innovation and Responsible Business)

06

หลักปฏิบัติ 6: ดูแลให้มีระบบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่เหมาะสม (Strengthen Effective Risk Management and Internal Control)

07

หลักปฏิบัติ 7: รักษาความน่าเชื่อถือทางการเงินและการเปิดเผยข้อมูล (Ensure Disclosure and Financial Integrity)

08

หลักปฏิบัติ 8: สนับสนุนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารกับผู้ถือหุ้น (Ensure Engagement and Communication with Shareholders)

โครงสร้างของคณะกรรมการ

ในปี 2568 คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการจำนวนทั้งสิ้น 10 ท่าน โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ประธานกรรมการ เป็นกรรมการอิสระ และไม่ทำหน้าที่กรรมการบริหาร หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
  • มีจำนวนกรรมการที่เป็นผู้บริหาร 2 ท่าน และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 8 ท่าน คิดเป็นสัดส่วนของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารต่อกรรมการทั้งหมดร้อยละ 80
  • กรรมการอิสระจำนวน 5 ท่าน คิดเป็นสัดส่วนของกรรมการอิสระต่อกรรมการทั้งหมดร้อยละ 50
  • กรรมการหญิง 3 ท่าน และกรรมการชาย 7 ท่าน คิดเป็นสัดส่วนกรรมการหญิงต่อกรรมการชาย 3:7

โดยคณะกรรมการทุกท่านผ่านกระบวนการสรรหา โดยพิจารณาคุณสมบัติทางกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำหนด คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนได้กำหนดหลักเกณฑ์และกระบวนการในการสรรหาคณะกรรมการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้คณะกรรมการที่มีคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่หลากหลายตาม Board Skill Matrix มาปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

ทั้งนี้ คณะกรรมการของบริษัทเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาอาชีพ ซึ่งเกี่ยวข้องและสนับสนุนธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ โดยมีคณะกรรมการชุดย่อยอีก 5 ชุด

  • คณะกรรมการตรวจสอบ
  • คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
  • คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
  • คณะกรรมการบริหาร
  • คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ตารางนี้สามารถเลื่อนแนวนอนได้

ตารางความรู้ความชำนาญ (Board Skill Matrix)
ตารางความรู้ความชำนาญ (Board Skill Matrix)
รายชื่อ/ความรู้
ความชำนาญเฉพาะด้าน
เพศ
อายุ
กรรมการอิสระ
วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
การตลาด
บัญชี
การเงิน
เศรษฐศาสตร์
การวิจัยทางองค์กร
กฎหมาย
บรรษัทภิบาล/การกำกับดูแล
การจัดการความเสี่ยง
การจัดการทรัพยากรมนุษย์
การตรวจสอบ
วิศวกรรม
การวิจัยอุตสาหกรรม
บริหารธุรกิจ
1. นายกำธร วังอุดม M 79
2. ศาสตราจารย์กิตติคุณ สำเรียง เมฆเกรียงไกร M 71
3. นายธนา บุบผาวาณิชย์ M 58
4. พลเอกไพรัช โพธิ์อุบล M 69
5. นายมนชัย พงศ์สถาบดี M 59
6. นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ M 43
7. นางสาวธัณฐภรณ์ ไกรพิสิทธิ์กุล F 45
8. นายธนวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล M 41
9. นางธัญนีย์ ไกรพิสิทธิ์กุล F 69
10. นางสาวลัลน์ลลิต ไมตรีวิทยานนท์ F 39

การประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัทและกรรมการชุดย่อย

เพื่อให้การกำกับดูแลกิจการของคณะกรรมการบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance Code) คณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานปีละ 1 ครั้ง โดยใช้แบบประเมินตนเอง (Self-Assessment Form) ซึ่งเป็นการประเมินทั้งแบบรายคณะและรายบุคคล

สรุปผลการปฏิบัติงานและผลการประเมินตนเองของคณะกรรมการ

  • การประเมินตนเองของกรรมการบริษัทรายคณะ และการประเมินรายบุคคล (การประเมินแบบไขว้)
  • การประเมินตนเองของคณะกรรมการชุดย่อยแบบรายคณะ และการประเมินรายบุคคล (การประเมินแบบไขว้)

คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยทั้ง 5 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร, คณะกรรมการตรวจสอบ, คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน, คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง, และคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อนำผลการประเมินมาใช้ในการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ผลการประเมินแบ่งตามหัวข้อ 3 หัวข้อ ได้แก่ โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ, การประชุมคณะกรรมการ, บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

สรุปผลการปฏิบัติงาน และผลการประเมินตนเองของคณะกรรมการ

ตารางนี้สามารถเลื่อนแนวนอนได้

การประชุมคณะกรรมการ คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
จำนวนการประชุมในปี 2568* 8 1 4 1 2 1
สัดส่วนการเข้าประชุม 99% 100% 100% 100% 100% 100%
คะแนนการประเมินผลการปฏิบัติงาน (ร้อยละ) ทั้งคณะ 97% รายบุคคล 97% ทั้งคณะ 96% ทั้งคณะ 97% ทั้งคณะ 97% ทั้งคณะ 95% ทั้งคณะ 95%
ผลประเมินเฉลี่ยของกรรมการชุดย่อยรายบุคคล 97%

* การประชุมคณะกรรมการบริษัทจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกไตรมาส โดยเลขานุการบริษัทจะแจ้งกำหนดการประชุมให้คณะกรรมการบริษัททราบล่วงหน้าภายในไตรมาสที่ 4 ของปีก่อนหน้า เพื่อให้กรรมการทุกท่านสามารถจัดสรรเวลาเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทในปีถัดไปได้ตลอดทั้งปี โดยจะส่งหนังสือเชิญประชุม เอกสารประกอบการประชุม และวาระการประชุมให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน อย่างไรก็ดีได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการบริษัทโดยไม่มีผู้บริหารเข้าร่วมประชุม เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 การประชุมในครั้งนี้เปิดโอกาสให้กรรมการอิสระที่ไม่ใช่ผู้บริหารได้หารือ และร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ เพื่อสรุปข้อเสนอแนะในการพัฒนาธุรกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจดำเนินการไปตามนโยบาย กลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัตถุประสงค์ของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ประธานกรรมการซึ่งเป็นกรรมการอิสระมีหน้าที่แจ้งผลการประชุมให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารรับทราบ

การฝึกอบรมและพัฒนากรรมการ

กลุ่มบริษัทฯ ตระหนักดีว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมพลังงานและความเสี่ยงรูปแบบใหม่ในระดับโลก คณะกรรมการบริษัทในฐานะผู้นำองค์กร เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความก้าวหน้าและความยั่งยืน จึงจำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์และทักษะที่ทันสมัยอยู่เสมอ

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังส่งเสริมวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ร่วมกันภายในองค์กร เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกระดับ

ในปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ ได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้คณะกรรมการเข้ารับการอบรมหลักสูตรระดับสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และพัฒนาทักษะที่จำเป็น อันเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ Board Skill Matrix โดยมุ่งเน้นการพัฒนาใน 3 ด้านหลัก ดังนี้

ด้านที่ 1: นวัตกรรมและการมองอนาคตเชิงกลยุทธ์ (Innovation & Strategic Foresight) เพื่อผลักดันองค์กรสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมและเสริมสร้างวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ในระยะยาว

  • หลักสูตร Innovation Management System Development Program toward an Innovative Organization จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 (เข้าร่วมโดยกรรมการบริษัท 9 จาก 10 ท่าน)
  • หลักสูตร Intensive Strategic Foresight (ISF) รุ่นที่ 2/2568 จัดโดยสมาคมส่งเสริมนวัตกรรมการบริหารไทย (IOD) เพื่อเสริมทักษะด้านการมองอนาคตเชิงกลยุทธ์และการวางแผนรับมือความไม่แน่นอน (เข้าร่วมโดยนายธนวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล และ น.ส.ลัลน์ลลิต ไมตรีวิทยานนท์)

ด้านที่ 2: การบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management : ERM) เพื่อยกระดับความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงองค์กรและเตรียมความพร้อมต่อความเสี่ยงรูปแบบใหม่

  • หลักสูตร ERM Board Awareness Program (Session 1/2025) จัดโดย EY Corporate Advisory Services Co., Ltd. เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 (เข้าร่วมโดยนายธนวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล นางธัญนีย์ ไกรพิสิทธิ์กุล และ น.ส.ลัลน์ลลิต ไมตรีวิทยานนท์)

ด้านที่ 3: การเงินและภาวะผู้นำ (Financial Excellence & Leadership Development) เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านการเงิน การกำกับดูแลทางการเงิน และการพัฒนาศักยภาพผู้นำ

  • หลักสูตร e-Learning Program: CFO’s Refresher 2025 เพื่อปรับมาตรฐานความรู้ด้านการเงินและการบัญชีล่าสุด (เข้าร่วมโดยนายธนา บุบผาวาณิชย์)
  • หลักสูตร Satir Therapy Basic & Advanced Program เพื่อพัฒนาทักษะภาวะผู้นำ การสื่อสาร และการเข้าใจตนเองและผู้อื่นอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 (เข้าร่วมโดยนายธนวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล และ น.ส.ลัลน์ลลิต ไมตรีวิทยานนท์)

มาตรการการแจ้งเบาะแสและการร้องเรียน

กลุ่มบริษัทฯ มีมาตรการรับแจ้งเบาะแสและเรื่องร้องเรียนสำหรับพนักงานและบุคคลภายนอก พร้อมกำหนดขั้นตอนการแจ้งเรื่อง การตรวจสอบ และการดำเนินการอย่างเหมาะสม โดยมุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิและรักษาความลับของผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ร้องเรียนที่กระทำโดยสุจริต เพื่อป้องกันผลกระทบหรือความไม่เป็นธรรมในทุกรูปแบบ ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวปฏิบัติการรับเรื่องร้องเรียนและการแจ้งเบาะแสได้จากเอกสารที่เกี่ยวข้อง

ขอบเขตของการแจ้งเบาะแสและการร้องเรียน

  1. การกระทำทุจริตหรือคอร์รัปชันที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบริษัทฯ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น การเสนอ การให้ หรือการรับสินบนจากหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชน
  2. การกระทำที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ นโยบาย หรือขั้นตอนปฏิบัติของกลุ่มบริษัทฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบการควบคุมภายใน หรือเป็นช่องทางที่อาจนำไปสู่การทุจริตและคอร์รัปชัน
  3. การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลประโยชน์ ทรัพย์สิน ชื่อเสียง หรือการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ
  4. การกระทำที่อาจก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน การเลือกปฏิบัติ การคุกคาม การล่วงละเมิด การใช้แรงงานที่ไม่เป็นธรรม หรือการกระทำที่ขัดต่อหลักจริยธรรมทางธุรกิจ รวมถึงการดำเนินธุรกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชน สุขภาพ ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

กฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ
ขอบเขต อํานาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ขอบเขต อํานาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการบริษัท
ขอบเขต อํานาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการบริหาร
ขอบเขต อํานาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการบริหารความเสี่ยง
ขอบเขต อํานาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
ขอบเขต อํานาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ขอบเขต อํานาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของเลขานุการบริษัท
จรรยาบรรณในการดําเนินธุรกิจของบริษัท
นโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทและบริษัทย่อย
นโยบายการลงทุน การกํากับดูแลการดําเนินงาน และการบริหารงานในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
นโยบายการเข้าทํารายการระหว่างกัน
นโยบายการใช้ข้อมูลภายใน
นโยบายความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
นโยบายค่าตอบแทนคณะกรรมการ
นโยบายเกี่ยวกับการกํากับดูแลกิจการที่ดี
รายงานสรุปผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทปี 2568