แนวทางการบริหารจัดการ
กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินงานตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยความ ปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานอย่างเป็น ระบบ และระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001) ครอบคลุมถึงความปลอดภัยของบุคลากร ชุมชนใกล้ เคียง และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย อันเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้น ฐานที่บุคคลควรจะได้รับ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญในการดำเนิน งานแต่ละโครงการ ตั้งแต่ก่อนเริ่มก่อสร้างโครงการ ระยะก่อสร้าง โครงการ ระยะการดำเนินโครงการ ตลอดจนระยะการรื้อถอน โครงการอย่างเต็มระบบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากลุ่มบริษัทฯ ดำเนินงาน ด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยอย่างเต็มประสิทธิภาพ
1. โครงสร้างการกำกับดูแลด้านสุขภาพและความปลอดภัยระดับคณะกรรมการ (Board Oversight of Health and Safety)
กลุ่มบริษัทฯ ตระหนักดีว่าวัฒนธรรมความปลอดภัยที่แข็งแกร่งต้องเริ่มต้นจากการขับเคลื่อนของผู้นำองค์กร (Tone from the Top) จึงได้จัดให้มีโครงสร้างการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่ชัดเจน โดยมอบหมายให้ คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน (Corporate Governance and Sustainable Development Committee) เป็นผู้รับผิดชอบหลักในระดับคณะกรรมการบริษัท (Named position responsible at Board level) นำโดย นายมนชัย พงศ์สถาบดี (ประธานกรรมการ), นายกำธร วังอุดม (กรรมการ) และ นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ (กรรมการ)
โดยคณะกรรมการชุดนี้มีบทบาทสำคัญในการทบทวนและกำหนดนโยบาย กลยุทธ์ ตลอดจนกรอบการดำเนินงานด้าน ESG ซึ่งรวมถึงมิติด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยกำกับดูแลให้ฝายบริหารมีการประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพและความปลอดภัย (Health and Safety Risks) อย่างเป็นระบบ มีการกำหนดมาตรการป้องกันอันตราย ติดตามผลการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Zero Accident) พร้อมทั้งรับรายงานผลการปฏิบัติงานจากตัวแทนฝ่ายบริหารและคณะทำงานเป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ มีการดำเนินงานที่ปลอดภัย ลดผลกระทบ และปฏิบัติตามมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัด
2. การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล (Global Safety Standards Alignment)
กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินงานตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างเป็นระบบ ภายใต้มาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001: 2018)
3. การประเมินความเสี่ยงและบริหารจัดการความปลอดภัยตลอดวงจรโครงการ (End-to-End Project Safety Management & Risk Assessment)
กลุ่มบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความปลอดภัยแบบบูรณาการในทุกขั้นตอนของโครงการ ตั้งแต่ระยะก่อนก่อสร้าง ระยะก่อสร้าง ระยะดำเนินการ ไปจนถึงระยะรื้อถอนโครงการ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานสูงสุด กลุ่มบริษัทฯ ได้ยกระดับการประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างรอบด้าน โดยจำแนกตามสถานะของโครงการ ดังนี้
- ก) การประเมินความเสี่ยงสำหรับโครงการใหม่ (Potential New Operations or Projects / Due Diligence): กลุ่มบริษัทฯ มีกระบวนการตรวจสอบสถานะอย่างรอบด้าน (Due Diligence) ในระยะก่อนเริ่มโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาทั้ง 14 โครงการ กลุ่มบริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงเชิงรุกที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัยของทั้งพนักงาน ชุมชน และผู้รับเหมาในพื้นที่ ข้อมูลจากการประเมินนี้จะถูกนำมาใช้วางแผนกำหนดมาตรการป้องกันอันตรายตั้งแต่ต้นทาง (Preventive Measures) ตลอดจนใช้เป็นข้อกำหนดในการคัดกรองพันธมิตรและผู้รับเหมาช่วงให้ต้องมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยสอดคล้องกับนโยบายขององค์กรอย่างเคร่งครัด
- ข) การประเมินความเสี่ยงสำหรับโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว (Existing Operations or Projects): สำหรับ โครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วทั้ง 13 โครงการ กลุ่มบริษัทฯ บังคับใช้ระบบการตรวจสอบและจัดการเอกสารควบคุมการปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด โดยทุกกิจกรรมในพื้นที่โรงไฟฟ้าจะต้องผ่าน การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (Job Safety Analysis: JSA) เพื่อระบุอันตรายที่แฝงอยู่และกำหนดวิธีปฏิบัติงานที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ผู้ปฏิบัติงานซึ่งรวมถึงพนักงาน ผู้รับเหมา และพันธมิตรทางธุรกิจ จะต้องผ่านระบบการขออนุญาตเข้าทำงาน (Work Permit System) ซึ่งจะมีการตรวจสอบความพร้อมของตัวบุคคลและความถูกต้องในการใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) อย่างรัดกุม ซึ่งมาตรการเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและรักษาเสถียรภาพการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
4. การส่งเสริมสวัสดิการและวัฒนธรรมความปลอดภัย (Welfare and Safety Culture Empowerment)
กลุ่มบริษัทฯ จัดสวัสดิการคุ้มครองแรงงานอย่างครบถ้วน ทั้งประกันสังคม ประกันอุบัติเหตุ การตรวจสุขภาพประจำปี และสวัสดิการอื่นๆ ที่เกินกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้พนักงานมีหลักประกันด้านความปลอดภัยและสุขภาพอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการมีส่วนร่วมของพนักงานเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง (Safety Culture) จึงส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการพัฒนาและปรับปรุงระบบความปลอดภัยและสุขภาวะผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ การจัดกิจกรรม Safety Talk การจัดอบรมและสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยและสุขภาพ รวมทั้งการเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงาน (Job Safety Analysis) เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือและปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานให้มีความปลอดภัยสูงสุดอย่างต่อเนื่อง
ผลการดำเนินงาน
1. ขับเคลื่อนการทำงานสู่เป้าหมายอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิตเป็นศูนย์ (Zero Fatality Accident)
กลุ่มบริษัทฯ บังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยมีการติดตามและเปิดเผยสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานอย่างโปร่งใส ครอบคลุมทั้งพนักงานประจำและผู้รับเหมา/คู่ค้า (Employees & Contractors) ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2566 - 2568) ผลการดำเนินงานมีรายละเอียดดังนี้
ตารางสถิติความปลอดภัยจากการทำงาน (ปี 2566 – 2568) จาก 13 โครงการที่เปิดดเนินการแล้ว หรือคิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนโครงการที่เปิดดำเนินการทั้งหมด
| ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ (Quantitative Metrics) |
ปี 2566 |
ปี 2567 |
ปี 2568 (พนักงาน) |
ปี 2568 (ผู้รับเหมา) |
| สถิติอุบัติเหตุร้ายแรง (Fatal Accidents) |
|
|
|
|
| จำนวนพนักงาน/ผู้รับเหมา ที่เสียชีวิตจากการทำงาน (คน) |
0 |
0 |
0 |
0 |
| จำนวนพนักงาน/ผู้รับเหมา ที่เสียชีวิตจากการเจ็บป่วยจากการทำงาน (คน) |
0 |
0 |
0 |
0 |
| สถิติการบาดเจ็บและเจ็บป่วยถึงขั้นหยุดงาน (Lost-Time Incidents) |
|
|
|
|
| จำนวนเหตุการณ์บาดเจ็บ/อุบัติเหตุจากการทำงานจนถึงขั้นหยุดงาน (ครั้ง) |
0 |
0 |
0 |
1 |
| จำนวนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการทำงานจนถึงขั้นหยุดงานเกิน 1 วัน (คน) |
0 |
0 |
0 |
1 |
| จำนวนเหตุการณ์การเจ็บป่วยจากการทำงานจนถึงขั้นหยุดงาน (ครั้ง) |
0 |
0 |
0 |
0 |
| อัตราการเกิดอุบัติเหตุและเจ็บป่วยถึงขั้นหยุดงาน (Lost Time Injury Frequency Rate: LTIFR) |
0 |
0 |
0 |
0.2 |
การติดตามและเทียบเคียงผลการดำเนินงานกับมาตรฐานอุตสาหกรรม (Performance Monitoring and Industry Benchmarking) กลุ่มบริษัทฯ เทียบเคียงสถิติความปลอดภัยกับรายงาน OSHA ปี 2024 ในกลุ่มสาธารณูปโภค (Utilities) ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีสัดส่วนอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน (DAFW) สูงถึงร้อยละ 43.7 และพบการเกิดโรคจากการทำงาน เช่น สูญเสียการได้ยินร้อยละ 2.2 และโรคผิวหนังร้อยละ 2.3ผลปรากฏว่า SSP มีสถิติความปลอดภัยดีกว่ามาตรฐานสากลอย่างมีนัยสำคัญ โดยบรรลุเป้าหมายผู้เสียชีวิตเป็นศูนย์ และมีอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานเพียง 1 กรณี (อัตรา LTIFR เพียง 0.2 สำหรับผู้รับเหมา และ 0 สำหรับพนักงาน) รวมถึงไม่มีโรคจากการทำงานเลย ผลลัพธ์นี้ตอกย้ำถึงความสำเร็จของระบบตรวจสอบและบริหารจัดการประสิทธิภาพ (Performance Management) ที่ใช้ควบคุมความเสี่ยงอย่างเข้มงวดและมีประสิทธิภาพในทุกพื้นที่โครงการ
การบริหารจัดการเหตุการณ์และมาตรการแก้ไข (Incident Investigation & Corrective Actions) เป้าหมายสูงสุดของกลุ่มบริษัทฯ คือการลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน (Lost Time Injury Frequency Rate: LTIFR) ให้เป็นศูนย์ อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 พบว่ามีจำนวนการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานถึงขั้นหยุดงานของผู้รับเหมาในสัญญาจ้างปฏิบัติการและบำรุงรักษาของโครงการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล (UPT) จำนวน 1 กรณี ส่งผลให้อัตราความถี่ของการบาดเจ็บ (LTIFR) ของผู้รับเหมาอยู่ที่ 0.2 ครั้งต่อหนึ่งล้านชั่วโมงการทำงาน ซึ่งไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทกำหนดไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล กลุ่มบริษัทฯ ได้ดำเนินการรับมือกับเหตุการณ์ดังกล่าว ดังนี้
- การสอบสวนหาสาเหตุ (Investigation & Findings): ดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนร่วมกับผู้รับเหมา เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง (Root Cause Analysis) ของการบาดเจ็บ
- การกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกัน (Corrective & Preventive Actions): นำผลการสอบสวนมาปรับปรุงกระบวนการทำงาน รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) และระบบการขออนุญาตเข้าทำงาน (Work Permit) เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดิมเกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต
2. ทบทวนการประเมินความเสี่ยงและโอกาสในการทำงานอย่างปลอดภัยในการปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
กลุ่มบริษัทฯ ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน โดยกำหนดมาตรการเพื่อความปลอดภัยอย่างเป็นระบบภายใต้เอกสารและกระบวนการตรวจสอบที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวดในทุกขั้นตอน ทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในโรงไฟฟ้าและโครงการ โดยมีการค้นหาความเสี่ยงและอันตรายในแต่ละกิจกรรมที่ดำเนินการของแต่ละแผนก พร้อมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าใจและปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง และในทุกครั้งของการปฏิบัติงาน ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน คู่ค้า หรือผู้รับเหมา จะต้องดำเนินการประเมินความเสี่ยง (job safety analysis) เพื่อให้ทราบถึงแหล่งอันตรายและจัดเตรียมมาตรการป้องกันและควบคุมความเสี่ยงก่อนเข้าปฏิบัติงาน พร้อมกับต้องขออนุญาตเข้าทำงานในพื้นที่ (work permit) ก่อนดำเนินการใดๆ เพื่อตรวจสอบความพร้อมในด้านต่างๆ ได้แก่ ความพร้อมและความเหมาะสมของบุคลากร อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment: PPE) ที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติงาน สภาพพื้นที่ทำงานและสภาพแวดล้อมโดยรอบ การเตรียมมาตรการฉุกเฉินที่เหมาะสม
กลุ่มบริษัทฯ ได้รวบรวมกิจกรรมที่มีความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยที่อาจเกิดขึ้น พร้อมมาตรการป้องกันและแก้ไข ดังแสดงในตาราง
| กิจกรรมที่มีความเสี่ยง |
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง |
มาตรการป้องกันและแก้ไข |
| ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย จากการทำงานในที่สูง |
พนักงาน และผู้รับเหมา |
- จัดให้มีระเบียบปฏิบัติงาน (Procedure: High work Management) ในการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานในการป้องกันอุบัติเหตุและเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ
- ตรวจสอบและทำความเข้าใจในข้อมูลการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัยในการทำงานในที่สูง
- ตรวจสอบอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยก่อนการปฏิบัติงานและการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ
|
| ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย จากการทำงานที่มีความร้อนและประกายไฟ และการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต |
พนักงาน และผู้รับเหมา |
- ตรวจสอบความพร้อมในการใช้งานอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ
- จัดทำแผนการตรวจอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยประจำเดือน และจัดทำแบบบันทึกการตรวจ
- ซ้อมแผนฉุกเฉิน กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้และสารเคมีรั่วไหล
- การอบรมการจัดการการทำงานกับสารเคมีและการทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง
- การตรวจสอบพื้นที่จัดเก็บสารเคมีและอุปกรณ์จัดการสารเคมีกรณีมีการหกรั่วไหล
- การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมี
|
| ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย จากการทำงานในที่อับอากาศ |
พนักงาน และผู้รับเหมา |
- วิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย
- ดำเนินการขออนุญาตทำงานในที่อับอากาศ
- ตรวจวัดอากาศและก๊าซพิษ
- เตรียมและฝึกวิธีการใช้อุปกรณ์ในการทำงานในที่อับอากาศ
|
| ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย จากการทำงานกับเครื่องจักร |
พนักงาน และผู้รับเหมา |
- ฝึกอบรมวิธีการใช้เครื่องจักร และสร้างความตระหนัก (OJT) ให้แก่พนักงานใหม่และพนักงานที่มีการเปลี่ยนลักษณะงาน และประเมินผลการฝึกอบรมโดยหัวหน้างานในแผนก
- แผนงานการตรวจสอบเครื่องจักรทั้งด้านคามปลอดภัยและความพร้อมใช้งาน
- รายงานการสอบสวนอุบัติเหตุและจัดทำมาตรการป้องกัน
- สร้างอุปกรณ์ควบคุม โดยมีการ์ดควบคุมเครื่องจักรที่อาจเป็นอันตราย
- การวิเคราะห์จุดเสี่ยงและอันตรายของเครื่องจักร
|
| ความเสี่ยงด้านสุขภพ จากการทำงานในพื้นที่ที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ |
พนักงาน และผู้รับเหมา |
- จัดให้มีการตรวจวัดความเข้มของแสงสว่างเพื่อให้สอดคล้องตามที่กฎหมายกำหนด
- มีการปรับปรุงสภาพพื้นที่หน้างานเพื่อให้มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีขึ้น
|
| ความเสี่ยงด้านสุขภพ จากการทำงานในพื้นที่ที่มีฝุ่น |
พนักงาน ผู้รับเหมา และชุมชน |
- จัดให้มีการตรวจวัดค่าฝุ่นในบรรยากาศเพื่อให้สอดคล้องตามที่กฎหมายกำหนด
- มีการดูแลซ่อมบำรุงอุปกรณ์ดักจับฝุ่นอยู่เป็นประจำ
|
นอกเหนือจากการป้องกันอุบัติเหตุในการทำงาน กลุ่มบริษัทฯ ตระหนักและให้ความสำคัญสูงสุดกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน โดยมุ่งมั่นดำเนินการให้อยู่ในระดับมาตรฐานสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับสถานที่ทำงานที่ปลอดภัย รวมถึงการดูแลด้านสุขอนามัยและสภาพแวดล้อมในสำนักงานและบริเวณโครงการผลิตไฟฟ้าให้เหมาะสมกับการทำงาน กลุ่มบริษัทฯ จัดให้มีสวัสดิการและกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่หลากหลาย ได้แก่ การตรวจสุขภาพประจำปี การส่งเสริมการออกกำลังกาย การให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านทุกช่องทางการสื่อสารขององค์กร การป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาด รวมถึงการสนับสนุนให้พนักงานเข้าร่วมกิจกรรมด้านกีฬาและสุขภาพร่วมกับลูกค้า คู่ค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ มาตรการเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมสุขภาพกายและใจของพนักงาน สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจความเป็นอยู่ที่ดี และส่งผลให้พนักงานมีความสุข มีประสิทธิภาพในการทำงาน และมีความผูกพันกับองค์กรในระยะยาว
3. การส่งเสริมสุขภาวะองค์รวมและการป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพ (Comprehensive Health Promotion & Risk Prevention)
กลุ่มบริษัทฯ ถือว่าการดูแลสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของบุคลากรเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการจัดการความเสี่ยงด้านสุขภาพเชิงรุก เพื่อให้มั่นใจว่าผลการตรวจสุขภาพประจำปีของพนักงานและผู้รับเหมาจะไม่มีผู้ใดตกอยู่ในภาวะเสี่ยงร้ายแรงหรือมีอาการขั้นวิกฤติผลการดำเนินงานด้านสุขภาวะที่สำคัญ มีรายละเอียดดังนี้
ตารางสถิติผลการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงจากการทำงาน (ปี 2566 – 2568)
| ผลตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงจากการทำงาน |
ปี 2566 |
ปี 2567 |
ปี 2568 (พนักงาน) |
ปี 2568 (ผู้รับเหมา) |
| จำนวนพนักงานที่เกิดความผิดปกติของการได้ยินจากการทำงาน (คน) |
0 |
0 |
0 |
0 |
| จำนวนพนักงานที่เกิดโรคลมแดด (Heat stroke) (คน) |
0 |
0 |
0 |
0 |
| จำนวนพนักงานที่สารเคมีในเลือดเกินค่ามาตรฐาน (คน) |
0 |
0 |
0 |
0 |
การเฝ้าระวังโรคระบาดและสุขภาวะระดับสากล (Global Health & Epidemic Management) นอกเหนือจากการตรวจสุขภาพประจำปีและการจัดสภาพแวดล้อมการทำงานให้ถูกสุขลักษณะแล้ว กลุ่มบริษัทฯ ยังมีกลไกติดตามข้อมูลข่าวสารการแพร่ระบาดของโรคติดต่อร้ายแรงระดับสากล (เช่น การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโรคอุบัติใหม่ต่างๆ) อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือและจัดทำมาตรการเชิงรุกในการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในกลุ่มพนักงาน ผู้รับเหมา ตลอดจนบุคคลในครอบครัวของบุคลากร โดยกลุ่มบริษัทฯ พร้อมบังคับใช้มาตรการตามนโยบายด้านสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เช่น การรณรงค์และสนับสนุนการฉีดวัคซีนป้องกันโรค เพื่อสร้างเกราะป้องกันด้านสุขภาพอย่างยั่งยืน
โครงการอนุรักษ์การได้ยิน (Hearing Conservation Program): เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากมลภาวะทางเสียงในพื้นที่ปฏิบัติการก่อสร้างและโรงไฟฟ้า กลุ่มบริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการควบคุมเสียงตั้งแต่แหล่งกำเนิด พร้อมทั้งจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลด้านการได้ยิน (Hearing Protection PPE) ที่ได้มาตรฐานให้แก่พนักงานและผู้รับเหมา และเฝ้าระวังผ่านการตรวจสมรรถภาพการได้ยินประจำปี ซึ่งผลจากการดำเนินงานอย่างเคร่งครัดทำให้สถิติความผิดปกติของการได้ยินเป็น "ศูนย์" อย่างต่อเนื่อง
ความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยกระดับวัฒนธรรมความปลอดภัย (Commitment to Continuous Improvement & Safety Culture) เพื่อตอกย้ำพันธกิจในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมความปลอดภัยสู่ความเป็นเลิศ ในปี 2568 บริษัท เสริมสร้างพลังงาน จำกัด (SPN) ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ได้เข้าร่วมและผลักดันโครงการสำคัญระดับชาติ 2 โครงการ ได้แก่
- โครงการโรงงานสีขาว (White Factory Project): ขับเคลื่อนนโยบายการรณรงค์และต่อต้านยาเสพติดร่วมกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดยาเสพติดและสารเสพติดทุกชนิด ซึ่งเป็นปัจจัยรากฐานที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างเป็นรูปธรรม
- การประเมินรางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ประจำปี 2568: กลุ่มบริษัทฯ เข้าร่วมโครงการนี้เพื่อยกระดับกระบวนการบริหารจัดการความปลอดภัยให้เป็นระบบและต่อเนื่อง มุ่งเน้นการระบุ การประเมิน และการลดอันตราย (Hazard Identification & Risk Mitigation) ในสถานที่ทำงานเชิงรุก ผ่านการกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ได้มาตรฐาน การฝึกอบรม การติดตามตรวจสอบ และการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและการเจ็บป่วยจากการทำงานให้เป็นศูนย์
4. รักษาและพัฒนาระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่ได้รับการรับรองอย่างต่อเนื่อง (ISO 45001)
โดยในปี 2568 ได้ขยายการรับรอง ISO 45001: 2018 ไปยังกลุ่มธุรกิจพลังงานของบริษัท เช่น บริษัท วินชัย จำกัด, บริษัท เสริมสร้าง พลังงาน จำกัด และ บริษัท เสริมสร้าง โซลาร์ จำกัด เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทั่วทั้งองค์กร ครอบคลุมถึงความปลอดภัยของบุคลากร ชุมชนใกล้เคียง และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ซึ่งถือเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และข้อมูล ณ เดือนมีนาคม ปี 2569 พบว่า มีบริษัทที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 45001 จำนวน 3 บริษัท (Coverage of certification) ได้แก่ บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) บริษัท วินชัย จำกัด และบริษัท ยูนิ พาวเวอร์ เทค จำกัด หรือคิดเป็นร้อยละ 23 (percentage of sites) จากทั้งหมด 13 โครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว และจำนวนพนักงานที่อยู่ภายใต้ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ได้แก่ พนักงานเท่ากับ 6.7% และผู้รับเหมาเท่ากับ 27.8%
5. การอบรมพนักงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
กลุ่มบริษัทฯ ถือว่าการให้ความรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่เป็น "กลไกเชิงรุก (Proactive Mechanism)" ในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย (Safety Culture) ที่แข็งแกร่ง เพื่อให้พนักงานและผู้รับเหมามีความเข้าใจในกระบวนการทำงานที่ถูกต้อง สามารถใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) ได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนสามารถระบุ ประเมิน และตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดความเสี่ยง ข้อผิดพลาด และอุบัติเหตุในการทำงานให้เป็นศูนย์
ในปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ ได้ยกระดับโปรแกรมการอบรมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ โดยครอบคลุมหลักสูตรเชิงกลยุทธ์ 3 หมวดหมู่หลัก ดังนี้
หมวดที่ 1: ความปลอดภัยพื้นฐานและการรับมือเหตุฉุกเฉิน (Core Safety & Emergency Response)
- การอบรมดับเพลิงเบื้องต้นและการซ้อมอพยพหนีไฟ
- การอบรมทีมปฏิบัติการและอพยพในภาวะฉุกเฉิน
- การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยเหลือฟื้นคืนชีพ (CPR) โดยใช้เครื่อง AED รวมถึงกรณีถูกงูพิษกัด
หมวดที่ 2: ความปลอดภัยในการปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงสูงและทักษะเชิงเทคนิค (High-Risk Operations & Technical Safety)
- ความปลอดภัยสำหรับการทำงานในที่สูง (Working at Heights)
- ความปลอดภัยในการทำงานกับไฟฟ้าแรงสูง และมาตรฐานการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย
- ความปลอดภัยในการทำงานกับสารเคมี และซ้อมอพยพหนีไฟจากสารเคมี
- ความปลอดภัยในการออกแบบและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop Safety)
หมวดที่ 3: ระบบการจัดการ มาตรฐานสากล และการประเมินความเสี่ยง (Safety Management System & Risk Assessment)
- การอบรมชี้บ่งอันตราย ประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และระบุปัญหาสิ่งแวดล้อม
- การอบรมข้อกำหนด ISO 45001 (อาชีวอนามัยฯ) และ ISO 14001 (สิ่งแวดล้อม) รวมถึงการตรวจติดตามภายใน (Internal Audit)
- การอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) ระดับหัวหน้างาน
- การปฐมนิเทศด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม สำหรับพนักงานและผู้รับเหมาก่อนเริ่มปฏิบัติงาน (Pre-work Safety Orientation)
ตารางสถิติการสร้างความตระหนักรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ปี 2566 – 2568)
| การอบรม |
ปี 2566 |
ปี 2567 |
ปี 2568 |
| การอบรมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงานและผู้รับเหมา (หน่วย: ชั่วโมง) |
84 |
108 |
232.5 |
| จำนวนพนักงานที่ได้รับการฝึกอบรมมาตรฐานด้านสุขภาวะและความปลอดภัย (หน่วย: คน) |
N/A |
N/A |
47 |
N/A : Not Available บริษัทยังไม่มีข้อมูล/ไม่พร้อมเปิดเผย การจัดเก็บข้อมูลในตัวชี้วัดนี้สำหรับปี 2566 และ ปี 2567