ความสำคัญและพันธกิจ

ความสำคัญของประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อกลุ่มบริษัทฯ เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพ ความเสถียรและความยั่งยืนของการดำเนินงานด้านพลังงานหมุนเวียนในฐานะบริษัทที่มุ่งเน้นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และ พลังงานชีวมวล กลุ่มบริษัทฯ ต้องรับมือกับความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks) ควบคู่ไปกับ ความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risks) การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางธุรกิจ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย ทําให้กลุ่มบริษัทฯ ตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่เพียงเป็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นความจําเป็น เร่งด่วนทางธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นในการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน กลุ่มบริษัทฯ จึงบูรณาการ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างรอบด้านเข้าสู่การดำเนินงานหลักของบริษัท โดยสอดคล้องกับความพยายามเป้าหมายโลกในการลดผลกระทบและเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ

เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
ในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการมลพิษทางอากาศ

เป้าหมายสำคัญ และผลการดำเนินงาน

เป้าหมายสำคัญ

เสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพอากาศพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และกลยุทธ์ลดความเสี่ยง เพื่อรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้วและการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว
ปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายสากลด้านสภาพภูมิอากาศ ปฏิบัติตามกรอบแนวทาง Science-Based Targets (SBTI), TCFD และ Net-Zero Commitments เพื่อให้เป็นไปตาม ข้อกำหนดและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย
ส่งเสริมความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียทํางานร่วมกับ ภาครัฐ อุตสาหกรรม และชุมชน เพื่อเร่ง กระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และสนับสนุน การดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศในระดับสากล
/

ผลการดำเนินงาน 2568

รายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก HO SPN WVO SN UPT WINCHAI SEG 1/ TGC TTQN SSE 1/ TTTV รวมปี 2568
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงขององค์กร ขอบเขตที่ 1 (หน่วย : ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า)
การเผาไหม้อยู่กับที่ 0 0 0 14.36 4,364.41 0 0 N/A 0.55 0 N/A 4,374.32
การเผาไหม้ที่มีการเคลื่อนที่ 37.53 0 0 18.12 1.56 0 0 19.18 2.64 0 N/A 79.52
การรั่วไหลและอื่น ๆ
- สารดับเพลิง CO2
- ก๊าซมีเทนในระบบ Septic tanks
5.94 5.16 0.73 0.55 5.15 1.99 0 N/A N/A 0 N/A 24.02
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 ประเทศไทย 4,455.50
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 ต่างประเทศ 22.37
รวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 ทั้งหมด 4,477.87
การลดก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 เปรียบเทียบ ปี 2567 ▼ 35.2 ปริมาณลดลงเนื่องจากกิจกรรมการใช้เชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าของโครงการ UPT ลดลง
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน ขอบเขตที่ 2 (หน่วย : ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า)
การใช้พลังงานไฟฟ้า 15.42 245.22 8.75 2.18 56.39 264.17 328.55 0 339.96 0 372.78 1,633.42
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 2 ประเทศไทย 592.13
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 2 ต่างประเทศ 1,041.29
รวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 2 ทั้งหมด 1,633.42
การลดก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 2 เปรียบเทียบ ปี 2567 ▼ 134.62 ปริมาณลดลงเนื่องจากการใช้ไฟฟ้าของโครงการ TTQN ลดลง
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ ขอบเขตที่ 3 (หน่วย : ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า)
การใช้พลังงาน และเชื้อเพลิงของผู้รับเหมาช่วงการผลิตไฟฟ้าและการซ่อมบำรุง 0 0 0 0 321.35 0.27 N/A N/A N/A N/A N/A 321.62
การเดินทางติดต่อธุรกิจโดยเครื่องบิน 42.59 0 0 0 0 0 N/A N/A N/A N/A N/A 42.59
การเดินทางไปกลับของบุคลากรจากที่พักถึง องค์กรด้วยพาหนะส่วนตัว 82.6 10.6 5.17 0 4.56 10.16 N/A N/A N/A N/A N/A 113.09
การใช้น้ำประปา N/A 0.61 0 0.03 29.03 0.2 0 0 0 0 0.26 30.13
การใช้กระดาษ N/A N/A 0.01 0 0.21 N/A N/A N/A N/A N/A N/A 0.22
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 ประเทศไทย 507.39
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 ต่างประเทศ 0.26
รวมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 ทั้งหมด 507.65
การลดก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 เปรียบเทียบ ปี 2567 ▼ 133.4 ปริมาณลดลงเนื่องจากการปรับโครงสร้างการทำงานในโครงการ SPN โดยบริษัทได้ยกเลิกจ้างผู้รับเหมา O&M และเปลี่ยนมาดำเนินการเอง
รายได้รวม (ล้านบาท) 3,146.40
สัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1&2 ต่อหน่วยการ ผลิตไฟฟ้า (หน่วย : ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อ เมกะวัตต์-ชั่วโมง) 0.0091
สัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 2 &3 ต่อหน่วยการผลิตไฟฟ้า (หน่วย : ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อ เมกะวัตต์-ชั่วโมง) 0.0099
สัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงและทางอ้อม ทั้งกลุ่มบริษัทต่อรายได้รวม (ขอบเขต 1 และขอบเขต 2) (tCO2e/ล้านบาท) 1.9
สัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงและทางอ้อม ทั้งกลุ่มบริษัทต่อรายได้รวม (ขอบเขต 1 ขอบเขต 2 และขอบเขต 3) (tCO2e/ล้านบาท) 2.1

หมายเหตุ:

1/ ข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โครงการ SEG และ SSE ไม่ถูกนำมารวมในตารางนี้ เนื่องจากอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบและการรายงานของผู้รับเหมางาน O&M เพื่อหลีกเลี่ยงการนับข้อมูลซ้ำซ้อน

แนวทางการบริหารจัดการ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การจัดการความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk) ผ่านการปรับตัวให้เข้ากับนโยบาย เทคโนโลยี และพฤติกรรมตลาดที่เปลี่ยนแปลง และการจัดการความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risk) ผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม “การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม Preserving Environmental” เป็นกรอบแนวทางเพื่อสอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายภาครัฐและรูปแบบสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป ด้วยการให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมกับพันธมิตร คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ด้วยกลยุทธ์และแนวทางที่มีเป้าหมายที่ชัดเจน มุ่งเน้นประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงพัฒนาระบบการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

การดำเนินการประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต่อผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ และแนวทาง/ มาตรการลดความเสี่ยง

ประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างครอบคลุม เพื่อระบุ ประเมิน และบริหารจัดการ ทั้งความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks) และ ความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risks) ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ กระบวนการนี้สอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลก เช่น Nationally Determined Contributions (NDCs) และ เป้าหมาย 2°C Scenario (2DS) ของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นเชิงกลยุทธ์ในการรับมือกับภัยคุกคามที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ

องค์ประกอบสำคัญของกระบวนการนี้คือการกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบ อย่างชัดเจน ภายใต้ โครงสร้างการกำกับดูแลด้านสภาพ ภูมิอากาศ โดยมี คณะกรรมการบริษัท ทำหน้าที่กำกับดูแลสูงสุดในการบริหารความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้มั่นใจว่าประเด็นเหล่านี้ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งใน กระบวนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ขององค์กรอย่างเหมาะสม คณะกรรมการจะทบทวนรายงาน ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศอย่างสม่ำเสมอ และกำหนดเป้าหมายระยะยาวเพื่อสนับสนุน ทิศทางด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัทฯ

เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลของคณะกรรมการ กลุ่มบริษัทฯ ได้จัดตั้ง คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee: RMC) ซึ่งประกอบด้วยกรรมการอิสระ และผู้บริหารระดับสูง ทำหน้าที่ ติดตาม ประเมิน และบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Monitoring, Evaluation, and Management of Climate-Related Risks) ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและกฎหมาย (Policy and Legal Risks), ความเสี่ยงทางการตลาด (Market Risks), ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี (Technology Risks) รวมถึง ความเสี่ยงทางกายภาพแบบเฉียบพลันเป็นครั้งคราว (Acute Risks) และความเสี่ยงเรื้อรัง (Chronic Risks) การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ และมีนัยสำคัญในระยะยาวต่อห่วงโซ่คุณค่าของกลุ่มบริษัทฯ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีหน้าที่ในการบูรณาการความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเข้ากับ กรอบการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร (Enterprise Risk Management: ERM Framework) พร้อมจัดทำรายงานต่อคณะกรรมการอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับสูง (Senior Executives) ในส่วนงานหลัก เช่น การพัฒนาธุรกิจ (Business Development), การดำเนินงาน (Operations), การจัดหา (Procurement) และ ความยั่งยืน (Sustainability) จะมีบทบาทสำคัญในการดำเนินมาตรการลดความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (Implementing Climate Risk Mitigation Strategies) และระบุโอกาสใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ทุกหน่วยงานมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์การปรับตัวของกลุ่มบริษัทฯ รวมถึงการลงทุนใน โครงสร้างพื้นฐานที่ทนต่อสภาพอากาศ (Climate-Resilient Infrastructure), เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Technologies) และ นวัตกรรมด้านพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Innovation)

แนวทางแบบบูรณาการนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศไม่เพียงแค่ถูกระบุเท่านั้น แต่ยังได้รับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการกำกับดูแล โดยผู้นำองค์กร (Leadership Accountability) การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน (Cross-Functional Collaboration) และการสอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืนระยะยาวของกลุ่มบริษัทฯ การบูรณาการ การกำกับดูแลด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Governance) ทั้งในระดับ คณะกรรมการ (Board Level) และระดับผู้บริหาร (Executive Level) แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มบริษัทฯ ในการสร้าง ความยืดหยุ่นในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Resilience) และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนสู่ อนาคตพลังงานคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Future) อย่างยั่งยืน


การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

แนวทางการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2593 และ Carbon Neutrality ภายในปี 2573 กลุ่มบริษัทฯ ต้องดำเนินกลยุทธ์อย่างครอบคลุม โดยรวมถึงการขยายพลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานการดำเนินโครงการชดเชยคาร์บอน และการพัฒนาแนวทางการดำเนินงานที่ยั่งยืน แนวทางสำคัญมีดังนี้

01

ลดการปล่อยก๊าซจากการดำเนินงาน (Scope 1 & 2) ลง 50% ภายในปี 2578 - โดยปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานโดย เปลี่ยนไปใช้เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อลดการใช้พลังงาน ใช้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ศึกษา การกักเก็บคาร์บอนในดิน และการดูดซับคาร์บอนจากอากาศ

02

ลดการปล่อยก๊าซจากห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่คุณค่า (Scope 3) ลง 30% ภายในปี 2583 - ร่วมมือกับคู่ค้า พันธมิตร เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยสนับสนุนให้คู่ค้า พันธมิตรใช้ วัสดุที่ยั่งยืน การขนส่งคาร์บอนต่ำ และพลังงานหมุนเวียน รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่งคาร์บอนต่ำ โดยเปลี่ยนมาใช้ รถยนต์ไฟฟ้า ไฮโดรเจน และเชื้อเพลิงชีวภาพ และนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ โดยรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่สำหรับแผงโซลาร์เซลล์ ใบพัดกังหันลม และวัสดุ ชีวมวล เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนจากวัสดุและของเสีย

03

ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกต่อปริมาณการผลิต ลง 40% ภายในปี 2578 โดยปรับปรุงประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าเพื่อผลิตพลังงานมากขึ้น โดยปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลง และใช้เทคโนโลยีรีไซเคิลพลังงานความร้อน โดยนำพลังงานความร้อนส่วนเกินจากโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล กลับมาใช้เพื่อลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิง

04

เพิ่มความโปร่งใส การปฏิบัติตามมาตรฐานและเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสภาพภูมิอากาศ ระดับสากล ได้แก่ Science-Based Targets (SBTi), TCFD ISO 14064 (การคำนวณการปล่อย GHG) และเพิ่มความ โปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูล โดยจัดทำรายงานการปล่อย GHG และประสิทธิภาพด้าน ESG อย่างชัดเจนและตรวจสอบได้ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน

การจัดการมลพิษทางอากาศ

แนวทางการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อให้การควบคุมมลพิษทางอากาศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากล กลุ่มบริษัทฯ กำหนดแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญดังนี

01

การใช้เทคโนโลยีลดมลพิษ โดยติดตั้งระบบกรองอากาศและเทคโนโลยีดักจับมลพิษ เช่น Electrostatic Precipitators (ESP) ในโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล บริษัท ยูบี พาวเวอร์เทค จำกัด (UPT) เพื่อดักฝุ่นละอองและสารพิษในอากาศ

02

ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านมลพิษทางอากาศของทั้งในประเทศและระดับสากล เช่น มาตรฐานคุณภาพอากาศของ WHO หรือ ISO 14001 และการจัดทำรายงานการปล่อยมลพิษประจำปี และดำเนินมาตรการปรับปรุงเพื่อให้การปล่อยก๊าซมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงควบคุมคุณภาพเชื้อเพลิงที่ใช้ และการคัดเลือกวัตถุดิบต้นทางให้เกิดมลภาวะต่ำสุด

03

การตรวจสอบคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง ติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ (Continuous Emission Monitoring System - CEMS) เพื่อตรวจวัดระดับการปล่อยมลพิษจากแหล่งกำเนิด และสามารถดำเนินการแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณโรงไฟฟ้าและชุมชนโดยรอบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชน

04

การสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรด้านสิ่งแวดล้อม และชุมชน เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการลดมลพิษทางอากาศ ทั้งเชิงป้องกัน เสนอแนะแนวทางในการแก้ไข รวมถึงการให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะอย่างโปร่งใสเกี่ยวกับสถานการณ์คุณภาพอากาศที่เกิดขึ้น และลดผลกระทบของมลพิษทางอากาศ

05

ควบคุมเสียงรบกวนจากกำลังผลิต ไม่เกิน 70 เดซิเบลเอ: ระดับเสียงที่ปลอดภัยไม่ก่อเป็นอันตรายต่อสุขภาพตามองค์การอนามัยโลก (WHO) สำหรับพื้นที่อยู่อาศัยให้กำหนดพื้นที่บริเวณแนวเขตโรงไฟฟ้าเป็นเขตควบคุมเสียงรบกวน โดยให้ทั่วทั้งพื้นที่มีระดับเสียงไม่เกิน 70 เดซิเบลเอในช่วงเวลากลางวัน มีระบบเฝ้าระวังและตรวจวัดเสียงรบกวนเป็นประจำ โดยจะเก็บข้อมูลระดับเสียงเฉลี่ยรายชั่วโมง และมีระยะห่างประมาณ 43 เมตร ระหว่างแนวรั้วของโรงไฟฟ้ากับที่อยู่อาศัยของชุมชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงดำเนินงาน

ข้อมูลเสียงรบกวนจากกังหันลม โครงการวินชัย จังหวัดมุกดาหาร

ผลการตรวจวัดระดับเสียงใน 8 สถานีตรวจวัด ได้แก่ บริเวณอาคารอเนกประสงค์จุด A, บริเวณกุฏิพระสงฆ์จุด B, บริเวณกุฏิพระสงฆ์ชั่วคราว จุด C, บริเวณบ้านพักตากอากาศ จุด D, บริเวณบ้านหลุบปึ้ง, บริเวณวัดภูยางเดี่ยว, บริเวณบ้านหนองนกเขียน, และบริเวณบ้านร่มเกล้า ตรวจวัดวันที่ 24-25 ธันวาคม 2568

ผลการตรวจวัด เดซิเบล (เอ): แสดงผลการตรวจวัดระดับเสียงมี 4 ค่า คือ

  • Leq 24 hr: ระดับเสียงเฉลี่ยใน 24 ชั่วโมง
  • Lmax: ระดับเสียงสูงสุดที่ตรวจวัดได้
  • Ldn: ระดับเสียงเฉลี่ยกลางวัน-กลางคืน
  • L90: ระดับเสียงพื้นฐาน
สถานีตรวจวัด ผลการตรวจวัดเดซิเบล (เอ)
Leq 24 hr Lmax Ldn L90
1. บริเวณอาคารอเนกประสงค์จุด A 47.2 74.5 53.6 44.5
2. บริเวณกุฏิพระสงฆ์จุด B 48.2 85.1 52.9 43.5
3. บริเวณกุฏิพระสงฆ์ชั่วคราวจุด C 52.3 90.4 60.3 50.5
4. บริเวณบ้านพักตากอากาศจุด D 56.5 80.6 61.4 53.1
5. บริเวณบ้านหลุมปึ้ง หมู่ที่ 1 52.1 93.1 59.6 45.1
6. บริเวณวัดภูยางเดี่ยว ตำบลร่มเกล้า 50.6 86.7 57.9 46.8
7. บริเวณบ้านหนองนกเขียน หมู่ที่ 4 48.6 77.6 51.7 52.3
8. บริเวณบ้านร่มเกล้า หมู่ที่ 2 51.7 78.0 58.7 45.7
มาตรฐานประเทศไทย 70 115 - -

หมายเหตุ *มาตรฐาน แสดงค่ามาตรฐานระดับเสียงตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2540) คือ Leq 24 hr ไม่เกิน 70 เดซิเบล(เอ) และ Lmax ไม่เกิน 115 เดซิเบล(เอ)


ข้อมูลเสียงรบกวนจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล บริษัท ยูนิ พาวเวอร์ เทค จำกัด (UPT) จังหวัดนครราชสีมา

ผลการตรวจวัดระดับเสียงใน 5 สถานีตรวจวัด ได้แก่ ริมรั้วโรงงานด้านโรงเรียนถนนคต, ริมรั้วโรงงานด้านวัดหนองรีวนาราม, ริมรั้วโรงงานด้านชุมชนสีคิ้ว, โรงเรียนบ้านถนนคต, และวัดหนองรีวณาราม ตรวจวัดวันที่ 6-7 ธันวาคม 2568

ผลการตรวจวัด เดซิเบล (เอ): แสดงผลการตรวจวัดระดับเสียงมี 5 ค่า คือ

  • Leq 24 hr: ระดับเสียงเฉลี่ยใน 24 ชั่วโมง
  • Lmax: ระดับเสียงสูงสุดที่ตรวจวัดได้
  • L90: ระดับเสียงพื้นฐาน
  • ระดับเสียงรบกวนสูงสุดช่วงเวลากลางวัน (06:00-22:00 น.)
  • ระดับเสียงรบกวนสูงสุดช่วงเวลากลางคืน (22:00-06:00 น.)
สถานีตรวจวัด ผลการตรวจวัดเดซิเบล (เอ)
Leq 24 hr Lmax L90 ระดับเสียงรบกวนสูงสุดช่วงเวลากลางวัน (06:00–22:00 hrs.) ระดับเสียงรบกวนสูงสุดช่วงเวลากลางคืน (22:00–06:00 hrs.)
1. ริมรั้วด้านที่ติดกับชุมชนสีคิ้ว 54.8 60.9 52.4 - -
2. ริมรั้วที่ติดกับวัด 46.5 74.3 40.8 5.6 9.1
3. ริมรั้วที่ติดกับโรงเรียน 50.8 61.6 37.3 2.4 -
4. โรงเรียนบ้านถนนคต 47.8 61.1 44.6 1.4 1.7
5. วัดหนองรีวณาราม 46.7 67.3 42.3 - 4.7
มาตรฐานประเทศไทย 70 115 - 10 10

หมายเหตุ *มาตรฐานประเทศไทย: แสดงค่ามาตรฐานระดับเสียงตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2540) คือ Leq 24 hr ไม่เกิน 70 เดซิเบล(เอ) และ Lmax ไม่เกิน 115 เดซิเบล (เอ) และประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 17 (พ.ศ. 2543) คือ ค่าระดับเสียงรบกวนต้องไม่เกิน 10 เดซิเบลเอ (dB(A)) เมื่อเทียบกับระดับเสียงพื้นฐาน


ข้อมูลปริมาณการปล่อยมลสาร (SOx, NOx, and PM) – โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล บริษัท ยูนิ พาวเวอร์เทค จำกัด (UPT) จังหวัดนครราชสีมา

ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากปล่องระบายอากาศด้วย CEMS จำนวน 1 ปล่อง กรณีเดินเครื่องในสภาวะปกติ และกรณีพ่นเขม่า ในวันที่ 6 ธันวาคม 2568 ดัชนีที่ตรวจวัด ได้แก่ ปริมาณฝุ่นละออง (TSP) ปริมาณออกไซด์ของไนโตรเจน ในรูปไนโตรเจนไดออกไซด์ (NOx as NO2) ปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ปริมาณคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) และเขม่าควัน (Opacity)

รายละเอียด หน่วย ผลการตรวจวัด ปล่อง Boiler 45 Ton (Normal) ผลการตรวจวัด ปล่อง Boiler 45 Ton (Soot blow) มาตรฐาน 1/
6 ธันวาคม 2568 6 ธันวาคม 2568
ประเภทเชื้อเพลิง - ชีวมวล ชีวมวล -
ฝุ่นละอองรวม (Total Suspended Particulate)k มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตร 1.787 6.487 120
ออกไซด์ของไนโตรเจน (Oxides of Nitrogen) ppm 86.097 79.683 200
ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide) ppm <0.001 <0.001 60
คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) ppm 239.466 220.625 690
ความทึบแสง (Opacity) % 5 9.8 10 2/

หมายเหตุ:

  • 1/ มาตรฐาน: ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดมาตรฐานควบคุมการปล่อยทิ้งอากาศเสียจากโรงไฟฟ้าใหม่ พ.ศ. 2553 อ้างอิงค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่มีการเผาใหม้เชื้อเพลิงประเภทเชื้อเพลิงชีวมวล
  • 2/ ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องกำหนดค่าปริมาณเขม่าควันที่เจือปนในอากาศที่ระบายออกจากปล่องของหม้อไอน้ำของโรงงาน พ.ศ. 2549

ผลการคำนวณปริมาณการปล่อยมลสาร (ตัน)

ปี SO2 NO2 PM
ปริมาณการปล่อย (ตัน) Intensity (kg/MWh) ปริมาณการปล่อย (ตัน) Intensity (kg/MWh) ปริมาณการปล่อย (ตัน) Intensity (kg/MWh)
2567 0.95 0.0127 110.14 1.47 38.41 0.51
2568 0.50 0.0067 132.41 1.78 22.08 0.30

หมายเหตุ: *เนื่องจากกิจการผลิตไฟฟ้าของบริษัทใช้พลังงานแสงอาทิตย์และลมเป็นหลัก ซึ่งไม่มีการปล่อยมลสารในกระบวนการผลิต ข้อมูลในตารางจึงครอบคลุมเฉพาะโครงการ UPT (ผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล) เท่านั้น

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

นโยบายสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ