การเปลี่ยน "ขยะ" เป็น "ก้าวใหม่" ที่ยั่งยืน
บริษัทมุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านแคมเปญ Junk Journey โดยเราไม่ได้มองว่าอะลูมิเนียมใช้แล้วเป็นเพียงขยะเหลือทิ้ง แต่คือทรัพยากรล้ำค่าที่สามารถนำไปเปลี่ยนเป็นกายอุปกรณ์สำหรับผู้พิการทางขา โครงการนำร่อง ณ โรงไฟฟ้าเสริมสร้างพลังงาน จังหวัดลพบุรี ประสบความสำเร็จในการบูรณาการการจัดการของเสียเข้ากับความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Impact) อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) ระหว่างองค์กรและสังคมอย่างยั่งยืน
หัวใจสำคัญของการดำเนินงาน
เราสร้างระบบที่เน้นการมีส่วนร่วมของพนักงานในทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพยากรทุกชิ้นจะถูกส่งต่อไปสร้างประโยชน์สูงสุด:
การจัดการจากต้นทาง: จัดตั้งจุดรับบริจาคเชิงกลยุทธ์ ณ บริเวณหน้าอาคาร Maintenance (ใต้บอร์ดความปลอดภัย) เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะภายในโรงไฟฟ้าและอำนวยความสะดวกแก่พนักงาน
การปรับปรุงสภาพวัสดุ (Material Processing): พนักงานจิตอาสาร่วมดำเนินการคัดแยก ตัด และทำความสะอาดวัสดุตามมาตรฐานทางเทคนิค เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุและลดภาระในกระบวนการรีไซเคิลปลายทาง
ความสำเร็จปี 2568 (Annual Achievement): จากความร่วมมือตลอดปี พนักงานสามารถรวบรวมอะลูมิเนียมเกรดบริสุทธิ์น้ำหนักรวม 1.568 กิโลกรัม โดยได้ส่งมอบให้แก่กรมควบคุมมลพิษ เพื่อนำไปจัดทำขาเทียมพระราชทานเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569
ข้อมูลเชิงปริมาณและสถิติโครงการ
ระยะเวลาดำเนินการ: มกราคม 2568 – มกราคม 2569 (ดำเนินโครงการต่อเนื่องรายปี)
เป้าหมายการจัดเก็บ: 1.50 กิโลกรัมต่อรอบการส่งมอบ
ประสิทธิภาพการจัดการ: อัตราการนำอะลูมิเนียมกลับมาใช้ประโยชน์ได้ร้อยละ 100
พลังจิตอาสา: 4 ชั่วโมงการทำงานต่อรอบ (สำหรับการแปรรูปเบื้องต้น)
งบประมาณบริหารจัดการ: 223 บาทต่อรอบ (ค่าจัดส่ง 45 บาท และค่าแรงเชิงบริหารจัดการ 178 บาท)
ตารางสรุปคุณค่าเชิงมิติสังคม
โครงการ Junk Journey มีเป้าหมายหลักในการ "คืนศักยภาพการใช้ชีวิต" ให้แก่ผู้พิการที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อทลายอุปสรรคทางกายภาพและสร้างความเท่าเทียมในสังคม
ตัวชี้วัดผลกระทบเชิงสังคม
ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ (Actual Results)
คุณค่าทางสังคมที่สร้างขึ้น (Social Value)
การสนับสนุนกายอุปกรณ์
อะลูมิเนียมสะอาดน้ำหนัก 1.568 กิโลกรัม
สนับสนุนการผลิตชิ้นส่วนโครงสร้างขาเทียมได้ 1 ชุด [1]
การลดภาระทางเศรษฐกิจ
ประหยัดค่าใช้จ่ายครัวเรือนได้ 7,000 บาท
ลดค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์มาตรฐานสูงให้ครอบครัวผู้พิการ [2]
การคืนโอกาสสร้างรายได้
คืนศักยภาพการทำงานให้ผู้พิการ 1 ราย
เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ครัวเรือน [3]
พนักงานจิตอาสา
จำนวน 4 ชั่วโมง ต่อรอบการดำเนินงาน
สะท้อนมูลค่าการลงทุนในทุนมนุษย์จำนวน 178 บาท [4]
การคืนโอกาสสร้างรายได้
อัตราส่วนการสร้างมูลค่า (SROI) 1 : 31
งบประมาณทุก 1 บาท สร้างมูลค่าสังคมได้ 31.39 บาท [5]
อ้างอิงและเกณฑ์การคำนวณ (References & Methodology)
[1] เกณฑ์ปริมาณวัสดุ: อ้างอิงมาตรฐานทางเทคนิคจากมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อะลูมิเนียมสะอาดประมาณ 1.5 กิโลกรัม สามารถแปรรูปเป็นส่วนประกอบหลักของแกนขาเทียมหรือชุดข้อต่อได้ 1 ชุด
[2] มูลค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์: อ้างอิงราคาประเมินเบื้องต้นของกายอุปกรณ์ขาเทียมระดับใต้เข่าหรือเหนือเข่า (รวมบริการทางการแพทย์) ประมาณ 7,000 บาทต่อราย
[3] การวิเคราะห์ทุนมนุษย์: อ้างอิงหลักการ Social Value International (SVI) การได้รับอุปกรณ์ช่วยเดินส่งผลโดยตรงต่อการพึ่งพาตนเอง (Self-reliance) และโอกาสทางการจ้างงาน (Employability)
[4] มูลค่าการส่วนร่วมของพนักงาน: คำนวณจากอัตราค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงของพนักงานระดับปฏิบัติการ (44.5 บาท/ชม.) คูณจำนวนชั่วโมงจิตอาสาจริง (4 ชม.) เป็นรูปแบบ In-kind Contribution
[5] สูตรการคำนวณ SROI: คำนวณจาก (มูลค่าผลลัพธ์ทางสังคมที่วัดได้ 7,000 บาท) หารด้วย (ต้นทุนดำเนินการจริง 223 บาท) สะท้อนประสิทธิภาพในการเปลี่ยนงบประมาณจำกัดให้เป็นคุณค่าทางสังคมสูงสุด