บริษัท เสริมสร้าง พลังงาน จำกัด (SPN) บริษัทในเครือ บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของสวัสดิภาพและความปลอดภัยของสถานศึกษา ชุมชนรอบข้าง ตลอดจนการดูแลคุณภาพชีวิตของบุลคลากรภายในองค์กร เนื่องจากโรงเรียนบ้านวังขอนขว้างเป็นสถานศึกษาสำคัญในพื้นที่รอบสถานประกอบการ และยังเป็นโรงเรียนที่บุตรหลานของพนักงานบริษัทฯ ศึกษาเล่าเรียนอยู่ บริษัทฯ จึงได้บูรณาการความร่วมมือร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลวังขอนขว้าง และโรงเรียนบ้านวังขอนขว้าง จัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสาธารณะขึ้น จากการได้รับการประสานงานและแจ้งข้อมูลความเดือดร้อน พบว่า โรงเรียนบ้านวังขอนขว้าง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี กำลังประสบปัญหาความเสี่ยงเชิงกายภาพอย่างรุนแรง เนื่องจากมีต้นไม้ขนาดใหญ่ภายในพื้นที่โรงเรียนเกิดการล้มและพาดบริเวณหลังคาอาคารเรียน ทำให้นักเรียน ครู และบุคลากร ซึ่งรวมถึงบุตรหลานของพนักงานในเครือ ตกอยู่ในความเสี่ยงต่อสวัสดิภาพชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีลมแรงและสภาพอากาศแปรปรวน
เนื่องจากการจัดการต้นไม้ขนาดใหญ่ในพื้นที่แคบมีความยากลำบากและเป็นอันตรายต่อจิตอาสาหากขาดเครื่องมือเฉพาะทาง บริษัทฯ จึงได้จัดตั้งโครงการจิตอาสานี้ขึ้น เพื่อนำทักษะความเชี่ยวชาญด้านช่างและการประเมินความปลอดภัยเชิงเทคนิคของพนักงาน มาปรับปรุงพื้นที่และปรับภูมิทัศน์ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น ปกป้องและดูแลความปลอดภัยให้กับบุตรหลานพนักงานและเยาวชนในชุมชน ให้เกิดสวัสดิภาพสูงสุดแก่สถานศึกษา
วัตถุประสงค์โครงการ
เพื่อกำจัดและลดความเสี่ยงจากต้นไม้ใหญ่ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินภายในโรงเรียนบ้านวังขอนขว้าง
เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ และเอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา
เพื่อส่งเสริมและบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐท้องถิ่น และสถาบันการศึกษาในการร่วมกันดูแลสถานศึกษา
เพื่อสะท้อนบทบาทขององค์กรในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตามแนวทางนโยบาย ESG
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและขอบเขตโครงการ
ระยะเวลาดำเนินงาน: วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 (รวม 1 วัน เวลา 08:30 - 16:30 น. ปฏิบัติงานทั้งสิ้น 7 ชั่วโมง) โดยมีกระบวนการเตรียมการรับแจ้งปัญหาตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 และลงสำรวจประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569
สถานที่ดำเนินงาน: โรงเรียนบ้านวังขอนขว้าง ตำบลวังขอนขว้าง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี
ผู้เข้าร่วมโครงการ: พนักงานจิตอาสาสังกัด บริษัท เสริมสร้าง อินฟินิท จำกัด, บริษัท พรภูนนท์ กรุ๊ป จำกัด (ฝ่ายช่างเทคนิคและการโยธา) ร่วมกับเจ้าหน้าที่สนับสนุนจาก บริษัท เสริมสร้าง พลังงาน จำกัด (SPN) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา อบต.วังขอนขว้าง รวมทั้งสิ้น 12 ท่าน
ผู้ได้รับประโยชน์: เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านวังขอนขว้าง ชั้นอนุบาล 1 - ประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 135 คน, ครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวน 16 คน ตลอดจนผู้ปกครองและชุมชนโดยรอบ (รวมผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงในสถานศึกษา 151 คน)
แผนการดำเนินงาน
ขั้นเตรียมการและการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า (8 - 11 พฤษภาคม 2569)
รับทราบข้อมูลและประเมินความจำเป็นเร่งด่วนเชิงพื้นที่หลังจากได้รับการติดต่อประสานงาน
ส่งเจ้าหน้าที่เทคนิคเข้าสำรวจพื้นที่หน้างานเพื่อประเมินความเสี่ยงเชิงลึก (Risk Assessment)
ร่วมวางแผนเชิงระบบกับโรงเรียนเพื่อประสานขอการสนับสนุนรถกระเช้าและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกจากองค์การบริหารส่วนตำบลวังขอนขว้าง
วันดำเนินกิจกรรม: การปรับภูมิทัศน์เพื่อความปลอดภัย (12 พฤษภาคม 2569)
จัดเตรียมและติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) ให้แก่ทีมช่างและจิตอาสาเพื่อควบคุมความปลอดภัยในการทำงาน
นำรถกระเช้าเข้าประจำจุด ปฏิบัติการตัดแต่งกิ่งไม้และโค่นต้นไม้ใหญ่ที่เอนล้มพิงอาคารเรียนและสายไฟด้วยความระมัดระวังเชิงเทคนิค
ทีมงานร่วมกันสะสาง ตัดกิ่งไม้ และทำความสะอาดฟื้นฟูพื้นผิวทางเดินโดยรอบให้สะอาดเรียบร้อย ปลอดภัย และไร้สิ่งกีดขวาง
ตรวจสอบความปลอดภัยเชิงโครงสร้างขั้นสุดท้ายและส่งมอบพื้นที่ปลอดภัยให้โรงเรียน
การวิเคราะห์ห่วงโซ่ผลลัพธ์ทางสังคม
ปัจจัยนำเข้า (Inputs)
ทุนมนุษย์และเวลา: พนักงานจิตอาสาและเจ้าหน้าที่เทคนิคปฏิบัติงานรวมกันเป็นเวลา 7 ชั่วโมงปฏิบัติการ
ทุนดำเนินงาน: งบประมาณค่าน้ำมันเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ 91 สำหรับเครื่องตัดต้นไม้จำนวน 5 ลิตร, เครื่องมือช่าง และงบประมาณค่าแรงงานสำหรับการจ้างพัฒนาระบบกายภาพ
การสนับสนุนภายนอก (In-kind): รถกระเช้าพร้อมเจ้าหน้าที่สนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบลวังขอนขว้าง
กิจกรรม (Activities)
การปฏิบัติงานตัดแต่งและกำจัดต้นไม้ใหญ่หักพิงอาคารเรียน, การจัดการโครงสร้างรากไม้ที่ส่งผลกระทบต่อกำแพงโรงเรียน และการสะสางเคลียร์พื้นที่เศษกิ่งไม้เศษวัสดุให้สะอาดปลอดภัย
ผลผลิต (Outputs)
ดำเนินการตัดแต่งและกำจัดต้นไม้ใหญ่ที่มีความเสี่ยงล้มทับและพาดหลังคาอาคารเรียนได้แล้วเสร็จสมบูรณ์
จุดเสี่ยงอันตรายจากอุบัติเหตุและการกีดขวางทางสัญจรภายในพื้นที่สถานศึกษาลดลงและถูกขจัดออกไป
ผู้ใช้ (Users)
นักเรียนและครู (151 คน): กลุ่มเป้าหมายหลักที่ใช้พื้นที่ในการเรียนการสอนและปฏิบัติงานประจำวัน
โรงเรียนบ้านวังขอนขว้าง: หน่วยงานเจ้าของพื้นที่และบริหารจัดการสถาบันการศึกษา
ผู้ปกครองและชุมชน: ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เข้ามาติดต่อราชการและใช้พื้นที่สัญจรรอบสถานศึกษา
ผลลัพธ์ (Outcomes)
กระบวนการเปลี่ยนแปลงเชิงนามธรรม: ผู้ใช้ → การยอมรับ → การนำไปใช้จนเกิดการเปลี่ยนแปลง
นักเรียน 135 คน และครู 16 คน ได้รับรู้ถึงสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน มีความสะอาดและโปร่งตา
บุคลากรและนักเรียนเกิดการยอมรับและเชื่อมั่นในสวัสดิภาพระบบความปลอดภัยของโรงเรียน หลังจากความเสียหาย (ต้นไม้ล้มพิงอาคาร) ถูกแก้ไข
ความกังวลและความหวาดระแวงต่ออุบัติเหตุจากต้นไม้โค่นล้มในช่วงฤดูฝนหรือพายุลดน้อยลงอย่างสิ้นเชิง จนเกิดเป็นความรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัยในการเข้ามาศึกษาและทำงานในสถานศึกษา
โรงเรียนสามารถนำพื้นที่บริเวณดังกล่าวกลับมาใช้ประโยชน์ทางการศึกษาและการจัดกิจกรรมสันทนาการกลางแจ้งได้อย่างเต็มที่และปลอดภัย
เกิดความเชื่อมั่นและทัศนคติเชิงบวกของผู้ปกครองและชุมชนโดยรอบในการส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนศึกษาต่อในโรงเรียนบ้านวังขอนขว้าง
ผลกระทบ (Impacts)
นักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนบ้านวังขอนขว้างปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางกายภาพ สภาพแวดล้อมเกื้อหนุนต่อสุขภาวะ สวัสดิภาพ และประสิทธิภาพในการเรียนรู้ในระยะยาว
การประเมินผลด้วยทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง (Theory of Change: ToC)
เส้นทางที่ 1 (ด้านกายภาพและความปลอดภัย): ถ้า ทีมช่างเทคนิคและพนักงานจิตอาสาเข้าทำความสะอาดและกำจัดต้นไม้ใหญ่ที่พาดพิงอาคารเรียนด้วยมาตรการความปลอดภัยและรถกระเช้า แล้วจะเกิด การขจัดสิ่งกีดขวางเชิงโครงสร้างที่เสี่ยงต่ออาคารและกำแพงโรงเรียน นำไปสู่ การลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บของนักเรียนและครูได้อย่างถาวร ป้องกันความเสียหายในทรัพย์สินส่วนรวมของโรงเรียน
เส้นทางที่ 2 (ด้านสุขภาวะทางจิตใจ): ถ้า มีการปรับภูมิทัศน์และเคลียร์พื้นที่รก และแคบ อันเนื่องมาจากกิ่งไม้และรากไม้ทำลายกำแพง แล้วจะเกิด สภาพแวดล้อมที่โปร่งโล่ง ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย และไร้จุดอับสายตา นำไปสู่ เด็กเยาวชนและครูมีสุขภาวะทางจิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องเรียนหรือทำงานภายใต้ความหวาดระแวงภัยพิบัติในช่วงฤดูฝน เกิดสมาธิและประสิทธิภาพการเรียนรู้ที่สูงขึ้น
เส้นทางที่ 3 (ด้านทุนทางสังคม): ถ้า เอกชนจับมือร่วมทำงานพัฒนาและแก้ไขปัญหาร่วมกับ อบต.วังขอนขว้าง และสถาบันการศึกษาในพื้นที่ แล้วจะเกิด กลไกการบูรณาการทรัพยากรเฉพาะทาง (รถกระเช้า แรงงานช่าง และทุนทรัพย์) และสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน นำไปสู่ ทุนทางสังคมที่เข้มแข็ง ความพึงพอใจของชุมชนที่สูงถึง 96.40% และความไว้วางใจที่ยั่งยืนระหว่างชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรธุรกิจอย่างยั่งยืน
การประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI Evaluation)
(วิเคราะห์ตามเกณฑ์กิจกรรมเดี่ยวแบบครั้งเดียวจบ ไม่มีการสะสมหรือคิดมูลค่าข้ามปี)
การกำหนดต้นทุนรวมเชิงเศรษฐศาสตร์ (Total Input)
การประเมินต้นทุนคำนวณจากงบประมาณตัวเงินจริงและมูลค่าทรัพยากรเสมือน (In-kind) ประกอบด้วย:
ต้นทุนงบประมาณโดยตรง (Financial Spend) : จำนวน 2,842.40 บาท จำแนกเป็นค่าแรงสำหรับการจ้างพัฒนาระบบกายภาพช่างเทคนิค 2,632 บาท และค่าน้ำมันเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ 91 สำหรับเครื่องตัดไม้จำนวน 5 ลิตร เป็นเงิน 210.40 บาท
ต้นทุนสนับสนุนรถกระเช้าจากภาครัฐ (In-kind Support) : ค่าอนุเคราะห์รถกระเช้าและพนักงานควบคุมการทำงานจาก อบต.วังขอนขว้าง อ้างอิงอัตราเช่าบริการในท้องตลาดเสมือน 1 วัน เท่ากับ 3,500.00 บาท
ต้นทุนแรงงานพนักงานจิตอาสา (Human Capital) : อาสาสมัครในเครือปฏิบัติงานร่วมกัน 12 คน ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 7 ชั่วโมง (รวมเป็น 84 ชั่วโมงการทำงาน) ประเมินค่าแรงเชิงเศรษฐศาสตร์เสมือน (Market rate proxy) อัตราเฉลี่ย 50 บาทต่อชั่วโมง เท่ากับ 4,200.00 บาท
รวมมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น (Total Input) : เท่ากับ 10,542.40 บาท
การประเมินมูลค่าผลลัพธ์ทางสังคมสุทธิ (Net Impact)
การคำนวณผลกระทบสุทธิของกิจกรรมที่สิ้นสุดในกรอบระยะเวลาของปีฐานทันที จะใช้กระบวนการแปลงผลลัพธ์เชิงคุณภาพเป็นตัวเงิน (Financial Proxies) และหักลดด้วยค่าพารามิเตอร์กรณีฐาน (Deadweight 10% และ Attribution 15%) ตามหลักเกณฑ์สากล โดยมีรายละเอียดดังนี้:
ด้านความปลอดภัยของทรัพย์สิน : อ้างอิงสถิติค่าซ่อมอาคารเรียนเฉลี่ยจากอุบัติภัยธรรมชาติ (สพฐ. / TDRI) ที่มูลค่าตั้งต้น 15,000.00 บาท เมื่อหักผลลัพธ์ที่เกิดเองได้และยกยอดให้ภาคีเครือข่ายแล้ว คิดเป็นมูลค่าผลกระทบสุทธิเท่ากับ 11,250.00 บาท
ด้านการลดต้นทุนทางกายภาพ : อ้างอิงราคากลางงานจ้างเหมาตัดแต่งและขนย้ายไม้ใหญ่ (กรมบัญชีกลาง) ที่มูลค่าตั้งต้น 10,250.00 บาท เมื่อหักผลลัพธ์ที่เกิดเองได้และยกยอดให้ภาคีเครือข่ายแล้ว คิดเป็นมูลค่าผลกระทบสุทธิเท่ากับ 7,687.50 บาท
ด้านสุขภาวะและสวัสดิภาพใจ : อ้างอิงดัชนีความเต็มใจที่จะจ่าย (WTP) เพื่อสวัสดิภาพความปลอดภัย (Social Value TH) คนละ 100 บาทต่อปี สำหรับกลุ่มเป้าหมาย 151 คน คิดเป็นมูลค่าตั้งต้น 15,100.00 บาท เมื่อหักผลลัพธ์ที่เกิดเองได้และยกยอดให้ภาคีเครือข่ายแล้ว คิดเป็นมูลค่าผลกระทบสุทธิเท่ากับ 11,325.00 บาท
เมื่อรวมมูลค่าปัจจุบันของผลลัพธ์ทางสังคมสุทธิทั้งหมดเข้าด้วยกัน (Total Present Value: TPV) โครงการนี้สามารถสร้างมูลค่าตอบแทนสุทธิแก่พื้นที่ได้ทันทีเท่ากับ 30,262.50 บาท
การแปลงค่า SROI
สรุปความคุ้มค่าเชิงสังคม : โครงการนี้มีอัตราส่วน SROI เท่ากับ 1 : 2.87 หมายความว่า ทุก ๆ 1 บาท ที่กลุ่มบริษัทฯ และเครือข่ายภาคีได้ร่วมลงทุนไป (ทั้งในรูปแบบงบประมาณตัวเงิน, แรงงานอาสาสมัคร และการสนับสนุนเครื่องจักรกลหนักจาก อบต.) สามารถแปรเปลี่ยนเป็นมูลค่าผลตอบแทนกลับคืนสู่สังคม สวัสดิภาพความปลอดภัยในสถานศึกษา และสุขภาวะทางจิตใจของครูและนักเรียนในชุมชนรอบข้างได้ทันทีคิดเป็นมูลค่า 2.87 บาท
อ้างอิง / แหล่งข้อมูลค่ากลางสนับสนุน
เกณฑ์ราคากลางงานจ้างเหมาบริการทางกายภาพและการดูแลสวน : กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP) (ใช้เป็นฐานเปรียบเทียบมูลค่างานโยธาและตัดแต่งไม้ใหญ่เชิงพาณิชย์ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี)
ฐานข้อมูล Financial Proxies ด้านสุขภาวะและความปลอดภัยในสถาบันศึกษา : สมาคมส่งเสริมผลลัพธ์ทางสังคมประเทศไทย Social Value Thailand (ใช้ระเบียบวิธีวิจัยประเมินมูลค่าสวัสดิภาพและความอุ่นใจจากการลดความเสี่ยงภัยพิบัติทางกายภาพ)
เกณฑ์สถิติมูลค่าการปกป้องและลดความเสียหายต่อทรัพย์สิน : สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และสถิติอุบัติภัยในสถานศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) (ใช้เทียบเคียงค่าซ่อมแซมบำรุงรักษาโครงสร้างกายภาพอาคารเรียน)
กรอบแนวคิดและมาตรฐานการคำนวณ (Methodological Framework) : คู่มือการประเมินผลกระทบทางสังคม (SIA) และผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI): วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) (ใช้เป็นเกณฑ์วิเคราะห์ห่วงโซ่ผลลัพธ์ หักลบ Deadweight, Attribution และคำนวณอัตราส่วน)